ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีน-รัสเซีย ประสานเสียงซัดโครงระบบป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" ของทรัมป์คือ "ภัยคุกคาม" ต่อเสถียรภาพโลก พร้อมยกระดับความร่วมมือทหาร-เทคโนโลยี AI สู้การขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ ยันตะวันออกกลาง และอาร์กติก
    สำนักข่าว SCMP รายงานความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ออกแถลงการณ์ร่วมประณามระบบป้องกันขีปนาวุธ "Golden Dome" ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็น "ภัยคุกคามที่ชัดเจนต่อเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์" ของโลก แถลงการณ์ฉบับนี้สะท้อนความพยายามของจีนและรัสเซียในการสกัดกั้นการแผ่อิทธิพลของสหรัฐฯ ทั้งในเอเชียแปซิฟิก ผ่านการติติงการติดตั้งระบบขีปนาวุธ Typhon ในฟิลิปปินส์และการขยายฐานทัพในญี่ปุ่น ไปจนถึงการล่มสลายของสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ New Start ซึ่งทั้งสองชาติต่างประณามความไร้ความรับผิดชอบของวอชิงตัน

    เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ จีนและรัสเซียได้ตกลงยกระดับความไว้วางใจทางทหารให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งการขยายการฝึกซ้อมรบร่วม การลาดตระเวนทางอากาศและทางทะเล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในด้านการทหาร ซึ่งเป็นแนวหน้าของการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ยุคใหม่ นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคตะวันออกกลาง การลอบสังหารผู้นำสูงสุดอิหร่าน การลักพาตัวผู้นำเวเนซุเอลา ไปจนถึงการขยายขอบเขตทางทหารของสหรัฐฯ เข้าสู่พื้นที่ละติจูดสูงอย่างภูมิภาคอาร์กติก ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำให้เห็นภาพการก่อตัวของพันธมิตรขั้วใหม่ที่พร้อมเผชิญหน้ากับอำนาจเก่าในทุกสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างเต็มรูปแบบ #imctnews รายงาน

    https://www.facebook.com/share/p/1818Yx6a1Y/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไฟไหม้วัดมรดกโลก จ.ฮิโรชิม่า นับเป็นวัดศาลเจ้าแห่งที่ 9 ที่ไฟไหม้ในปี 2026 จนคนญี่ปุ่นกังวล “ไฟไหมวัดศาลเจ้าเยอะผิดปกติ?”
    ----------------------------------------

    เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) เกิดเหตุไฟไหม้อาคารเรคะโด วัดไดโชอิน จ.ฮิโรชิม่า ซึ่งทำให้อาคารถูกเผาทำลายทั้งหมด

    อาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “เปลวไฟนิรันดร์” ซึ่งเป็นเปลวไฟที่พระชื่อดังได้จุดขึ้นเมื่อราว 1,200 ปีก่อน ซึ่งกล่าวกันว่าเปลวไฟถูกพิทักษ์รักษาและลุกโชนต่อเนื่องมาตลอด

    ขณะเกิดเหตุไฟไหม้ “เปลวไฟนิรันดร์” ถูกย้ายไปที่อื่นได้ทัน และยังได้รับการรักษาไว้ให้ลุกโชนต่อไป

    อย่างไรก็ตาม “เปลวไฟนิรันดร์” ไม่ใช่ต้นตอของเพลิงไหม้ แต่ความบังเอิญที่เกิดเหตุ ณ สถานที่นี้ ก็ทำให้เป็นที่พูดถึงกันว่า โถงแห่งเปลวไฟที่ไม่มีวันดับ ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นตามชื่อราวกับประชดประชัน
    ----------------------------------------

    อีกประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในญี่ปุ่นคือ “ปี 2026 นี้ไฟไหม้วัดศาลเจ้าเยอะผิดปกติหรือเปล่า?”

    ต้องบอกว่าช่วงนี้ข่าวไฟไหม้ออกในญี่ปุ่นบ่อยมาก ทั้งป่า บ้านเรือน และวัดศาลเจ้า จนทำให้เกิดความรู้สึกว่า “อีกแล้วเหรอ?”

    ซึ่งคนก็โฟกัสกันที่วัดศาลเจ้า ด้วยความกังวลว่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ทั่วญี่ปุ่นกำลังถูกทำลายไปเรื่อยๆ

    ในปี 2026 มีข่าวออกว่า วัดศาลเจ้าในญี่ปุ่นเกิดไฟไหม้แล้ว 9 แห่ง

    มีทั้งสถานที่ที่เป็นมรดกโลก และหลายเหตุก็มีผู้เสียชีวิตด้วย

    15 ม.ค. ศาลเจ้าซูกะ จ.ฟุกุโอกะ
    7 ก.พ. วัดโฮเรนจิ จ.เอฮิเมะ
    13 ก.พ. วัดโฮโทจิ จ.เอฮิเมะ
    20 ก.พ. วัดโชรินจิ จ.ยามากุจิ
    24 เม.ย. วัดเรนโชจิ จ.โทยามะ
    27 เม.ย. ศาลเจ้าอุรุฟุชิเนะ จ.มิเอะ
    6 พ.ค. ศาลเจ้าอาทาโกะ จ.นีงาตะ (ศาลเจ้าแห่งการป้องกันอัคคีภัย)
    16 พ.ค. วัดไดโฮจิ จ.โทยามะ
    20 พ.ค. อาคารเรคะโด วัดไดโชอิน จ.ฮิโรชิม่า

    ถึงขั้นที่หลายคนสงสัยว่า มีใครก่อเหตุอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

    แต่ทั้งนี้ข่าวไฟไหม้วัดศาลเจ้าทั้งหมด ไม่ได้มีข่าวไหนระบุว่ามีคนลอบวางเพลิง ส่วนใหญ่จะไม่ทราบต้นตอของเพลิงแน่ชัด และระบุว่าเจ้าหน้าที่จะสืบหาต้นตอของเพลิงต่อไป…
    ----------------------------------------

    ซึ่งจริงๆ สามารถวิเคราะห์ปัจจัยของเพลิงไหม้ได้หลายประการ ดังนี้

    ● โครงสร้างเก่าแก่
    โครงสร้างของวัด/ศาลเจ้าเป็นอาคารไม้โบราณที่ไฟลุกลามได้ง่าย ยิ่งอากาศแห้งก็ยิ่งกลายเป็นเชื้อเพลง เกิดอุบัติเหตุจากธูปเทียนได้ง่าย รวมถึงเป็นอาคารเก่าแก่หรือตั้งอยู่ใกล้บ้านเรือนที่เป็นอาคารเก่า ระบบไฟฟ้าที่ใช้งานมานานอาจเสื่อมสภาพ ทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร

    ● การขาดแคลนคนดูแล
    ศาลเจ้าและวัดในญี่ปุ่นมีทั้งหมด 1 แสนกว่าแห่ง แต่ปัจจุบันพระและคนดูแลก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะศาลเจ้าญี่ปุ่นในต่างจังหวัด เป็นสถานที่ที่ไม่มีคนพำนักหรือเฝ้าดูแล เมื่อเกิดเหตุตอนกลางคืน ไฟอาจลุกลามไปใหญ่โตกว่าจะมีคนเห็นเหตุการณ์

    ● ทำเลที่ตั้ง
    วัดศาลเจ้าส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ในทำเลที่ล้อมด้วยป่าไม้ รวมถึงใกล้พื้นที่เกษตรกรรม หากจุดไฟเผาเศษหญ้า ลมก็พัดสะเก็ดไฟปลิวมาติดได้

    ● และปัจจัยสำคัญในปี 2026 คือ “อากาศแห้งและร้อนจัด”

    ช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา สภาพอากาศแห้งแล้งผิดปกติ ทำให้โครงสร้างไหม้แห้งสนิท กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี อีกทั้งลมยังกระโชกแรงด้วย

    มาจนเดือนพฤษภาคมนี้ อากาศก็ยังแห้งแล้ง บวกกับความร้อนจัด ซึ่งปีนี้อากาศร้อนเร็วกว่าปีก่อนๆ

    นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เห็นข่าวไฟไหม้เกิดขึ้นเยอะต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้
    ----------------------------------------

    อีกข้อมูลที่น่าสนใจ แม้จะเห็นข่าวว่าวัดศาลเจ้าเกิดไฟไหม้ถึง 9 แห่ง แต่ข้อมูลสถิติระบุว่า ในแต่ละปี เกิดไฟไหม้วัดศาลเจ้าในญี่ปุ่นมากถึง 60-80 ครั้งเลย

    เรียกได้ว่า นอกจากการลอบวางเพลิง ก็ยังมีปัจจัยอีกมากที่ทำให้วัดศาลเจ้าเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะจำนวนวัดศาลเจ้าที่มหาศาลจนไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง

    https://www.facebook.com/share/p/1FiRmoA6Fb/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘บิ๊กดุลย์‘สั่งประชุม Sub-GBCไทย-กัมพูชาเตรียมการก่อน ถกGBCกับ’เตียเซรยฮา’ ดักคอยัน ไม่เปิดด่าน จนกว่ายอมทำตามJS

    https://www.facebook.com/share/17MQoVUfmL/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โฉนดไม่มีก็หมดสิทธิ์! "เจ๊รัตน์" อดีตเมียเก่ากำนันโวย คนไทยด้วยกันทำเหมือนโจร บุกไถไร่อ้อยราบเป็นหน้ากลอง ย้ำ "ไม่ได้ฮุบ แค่ขอเก็บเกี่ยว!" อ้างไม่ได้ทำตามคำสั่งกำนันลี

    เมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. "เจ๊รัตน์" อดีตภรรยากำนันสี ถูกกลุ่มชาวบ้านนำรถแบ็กโฮมาไถไร่อ้อยจนพังเสียหาย เจ้าตัวตัดพ้อหนักว่าคนไทยด้วยกันแท้ๆ แต่ทำตัวเหมือนโจรมาแย่งที่ทำกิน ยืนยันไม่ได้คิดจะยึดที่ดินเป็นของตัวเอง แค่ขอเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จก่อน พร้อมย้ำชัดว่าเลิกกับกำนันมาเป็นสิบปีแล้ว ไม่ได้ทำตามคำสั่งอดีตสามีตามที่โดนกล่าวหาแน่นอน

    หากมองย้อนไปถึงสิทธิ์ที่ดิน คนที่มีเอกสารสิทธิ์หรือครอบครองทำกินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ก่อนมีปัญหาชาวกัมพูชาบุกรุกพื้นที่ตามแนวชายแดน ถือว่าเป็นผู้มีสิทธิ์ครอบครองและสืบทอดที่ดินผืนนั้นต่อกันมาได้อย่างถูกต้องตามหลักฐานดั้งเดิม งานนี้คงต้องติดตามกันต่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาจัดการและให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองตัวจริงอย่างไร!

    ข้อมูล: Amarin News

    https://www.facebook.com/share/1KQomWcFYG/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทยเดินตามแนวทางของนอร์เวย์หรืออังกฤษ?
    FB_IMG_1779367800018.jpg
    นอร์เวย์และสหราชอาณาจักรขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือเหมือนกัน

    นอร์เวย์ได้ทรัพย์สินมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์
    สหราชอาณาจักรได้การลดภาษี

    แหล่งน้ำมันเดียวกัน
    ยุคสมัยเดียวกัน
    แต่ผลลัพธ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง

    นอร์เวย์สามารถเก็บรายได้เข้ารัฐได้ประมาณ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สหราชอาณาจักรเก็บได้เพียง 11 ดอลลาร์

    ช่องว่างนี้ เมื่อสะสมตลอด 50 ปีของการผลิต ก็คือ “ความแตกต่างทั้งหมด”

    โมเดลของนอร์เวย์เรียบง่าย:
    เก็บภาษีหนัก (อัตราภาษีส่วนเพิ่ม 78%)
    ถือหุ้นโดยตรงในแหล่งน้ำมันผ่าน SDFI
    ถือครองส่วนหนึ่งของ Equinor
    และนำรายได้ส่วนเกินทั้งหมดเข้ากองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ

    ปัจจุบัน Government Pension Fund Global มีสินทรัพย์มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์

    นั่นเท่ากับประมาณ 390,000 ดอลลาร์ต่อพลเมืองนอร์เวย์หนึ่งคน หรือคิดเป็นราว 1.5% ของหุ้นจดทะเบียนทั้งหมดบนโลก

    กฎทางการคลังคือ: ใช้จ่ายได้เฉพาะ “ผลตอบแทนจริง” ประมาณ 3% ต่อปีเท่านั้น ห้ามแตะเงินต้นเด็ดขาด

    สหราชอาณาจักรเริ่มผลิตน้ำมันก่อน ในช่วงที่ราคาน้ำมันต่ำกว่า ใช้อัตราภาษีต่ำกว่า (40%) และไม่มีระบบการออมรายได้

    รายได้จากทะเลเหนือจึงไหลตรงเข้าสู่งบประมาณทั่วไปของรัฐ

    นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า สหราชอาณาจักรสูญเสียโอกาสไปราว 400 พันล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับระบบแบบนอร์เวย์

    รายได้ก้อนใหญ่ส่วนมากถูกใช้สนับสนุนการลดภาษีในยุคทศวรรษ 1980 แทนที่จะถูกเก็บเข้ากองทุน

    แล้วสถานการณ์ในปี 2026 เป็นอย่างไร?

    ภาคปิโตรเลียมของนอร์เวย์จะสร้างกระแสเงินสดสุทธิประมาณ 63 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้เพียงปีเดียว เติมเข้าสู่กองทุนที่ใหญ่พอจะครอบคลุมงบประมาณประเทศได้ 10-15% จากผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว

    ส่วนสหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ

    ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา อังกฤษจ่ายเงินให้ประเทศอย่างนอร์เวย์มากกว่า 100 พันล้านปอนด์เพื่อซื้อก๊าซ

    ประเทศหนึ่งมองน้ำมันว่าเป็น “ทรัพยากรที่มีจำกัด” ที่ควรถูกเปลี่ยนให้เป็นความมั่งคั่งทางการเงินถาวร

    อีกประเทศหนึ่งมองมันเป็นเพียง “รายได้ใช้จ่าย”
    https://x.com/jackprandelli/status/2056659155138556044

    https://www.facebook.com/share/1DXoZAaJBX/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม เจนเซน หวง ผู้ก่อตั้ง NVIDIA ถึงเหลือหุ้นเพียง 3.5%

    ความจริงคือ มันไม่ได้ถูกใครแย่งไป — เขา “ยอมลดสัดส่วน” ด้วยตัวเอง

    เพราะบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำไม่ได้เติบโตด้วยการกอดหุ้นไว้แน่น แต่เติบโตด้วยการ “แลกหุ้นกับอนาคต” อยู่ตลอดเวลา

    ตอนก่อตั้ง NVIDIA ใหม่ ๆ เจนเซน หวงไม่ได้เป็นเจ้าของคนเดียว ผู้ก่อตั้งทั้งสามแบ่งหุ้นกันเท่า ๆ กัน ดังนั้นเขาเริ่มต้นด้วยสัดส่วนเพียง 33%

    ต่อมาบริษัทเจออุปสรรคแล้วอุปสรรคเล่า — ชิปสองรุ่นล้มเหลว และสายเงินทุนแทบขาดสะบั้น เพื่อความอยู่รอด เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากระดมทุนต่อเนื่อง: Sequoia ลงทุน, Sega ลงทุน และราคาที่ต้องจ่ายก็คือการลดสัดส่วนหุ้นลงเรื่อย ๆ ในแต่ละรอบ

    หลัง NVIDIA เข้าตลาดหุ้นในปี 1999 เพื่อให้มีเงินสำหรับวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้น บริษัทก็ยังออกหุ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง จนถึงวัน IPO สัดส่วนหุ้นของเจนเซน หวงลดลงเหลือเพียง 9.9%

    ในช่วงหลายปีต่อมา NVIDIA ใช้ระบบหุ้นตอบแทนพนักงานเพื่อรักษาวิศวกรระดับหัวกะทิไว้ และเมื่อเวลาผ่านไปหลายทศวรรษ หุ้นของผู้ก่อตั้งก็ยิ่งลดลงตามธรรมชาติ

    ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจนเซน หวงยังขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นเพียงการบริหารพอร์ตทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มั่นใจในบริษัท

    แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้:

    แม้จะถือหุ้นเพียง 3.5% เจนเซน หวงก็ยังควบคุม NVIDIA ได้อย่างมั่นคง

    เพราะในบริษัทเทคโนโลยีระดับท็อปของซิลิคอนวัลเลย์ สิ่งสำคัญไม่ใช่ “ใครถือหุ้นมากที่สุด” แต่คือ “ใครมีอำนาจในการตัดสินใจมากที่สุด”

    ผู้บริหารทั่วไปกลัวการเสียหุ้น
    แต่ผู้ประกอบการระดับสุดยอดสนใจมากกว่าว่า บริษัทจะเติบโตจนยิ่งใหญ่ได้หรือไม่

    เจนเซน หวงค่อย ๆ ยอมสละหุ้น เพื่อแลกกับเงินทุน บุคลากร เทคโนโลยี และการครองความเป็นผู้นำชิปของโลก

    ท้ายที่สุด แม้จะถือเพียง 3.5% เขาก็ยังเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ NVIDIA อยู่ดี
    https://x.com/Stanleysobest/status/2056550644740468883

    https://www.facebook.com/share/p/1B4Mvcush8/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    NPRพาดหัวข่าวได้น่าทึ่งมาก

    FB_IMG_1779368178834.jpg

    "ปูตินผนวกดินแดนของยูเครนอย่างผิดกฎหมาย แม้โลกจะคัดค้าน"
    "ระหว่างเกิดสงครามกาซ่า อิสราเอลเปลี่ยนแปลงแผนที่ของเวสท์แบงก์อย่างมีนัยสำคัญ"

    https://www.facebook.com/share/p/1B9BhD66H8/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน!! พลิกอีกตลบ! แหล่งข่าวอิหร่านวงในยัน ข่าว "ร่างสุดท้าย" ข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน เป็นเรื่องโกหก เผยการเจรจา "หยุดชะงัก" เหตุสหรัฐฯ ดึงเรื่องนิวเคลียร์มาเอี่ยว ชี้อิหร่านหมดความสนใจจะคุยต่อแล้ว และสงครามพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ

    แหล่งข่าววงในที่ใกล้ชิดกับทีมเจรจาของอิหร่าน ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการบรรลุข้อตกลง โดยระบุว่าการพูดคุยในขณะนี้ "เผชิญทางตันอย่างสิ้นเชิง" เนื่องจากสหรัฐฯ พยายามบีบให้มีการเจรจาในประเด็นนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้อิหร่านไม่มีความประสงค์ที่จะเดินหน้าเจรจาต่อ และเตือนว่าสถานการณ์ความขัดแย้งอาจระเบิดขึ้นได้ทุกวินาที

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาแถลงสมทบว่า ข้อมูลเรื่องการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ที่หลุดออกมาในวันนี้ เป็นเพียง "การคาดเดาของสื่อไปเองเท่านั้น"

    https://www.facebook.com/share/1BSQvBv5zR/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สมาชิกวุฒิสภาปากีสถานเผย การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน กำลังดำเนินไปในทิศทางที่เป็นบวก

    ปากีสถานชี้การเจรจาคืบหน้า: สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า นายอัฟนัน อุลลาห์ ข่าน (Afnan Ullah Khan) สมาชิกวุฒิสภาของปากีสถาน เปิดเผยว่า ความพยายามของรัฐบาลปากีสถานในการช่วยผลักดันให้เกิดข้อตกลงระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป พร้อมระบุว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายกำลัง "ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้อง"

    เร่งเดินสายเป็นตัวกลาง: นายข่านกล่าวเสริมว่า การหารือระหว่างอิหร่านกับปากีสถาน รวมถึงระหว่างปากีสถานกับสหรัฐฯ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปากีสถานกำลังทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อดึงทุกฝ่ายกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา ลดช่องว่างของความเห็นที่แตกต่าง เพื่อบรรลุข้อตกลงและยุติสงครามให้ได้
    https://www.facebook.com/share/p/18kNGpCpsQ/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Jensen Huang ให้สัมภาษณ์ผ่าน CNBC ว่า อุตสาหกรรม AI จะกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าแตะระดับ "หลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" ในอนาคต

    ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ของ AI นั้นยอดเยี่ยมและชัดเจนเป็นอย่างมาก

    พูดถึงราคาหุ้น NVIDIA ที่พุ่งทะยานว่า "เป็นอะไรที่น่าทึ่งและเหลือเชื่อมาก"

    https://www.facebook.com/share/p/18bDkLn9tb/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กำลังผลิตอาวุธอิหร่านฟื้นตัวเร็วกว่าคาด และเริ่มกลับมาผลิตโดรนได้หลายร้อยชิ้นต่อวันแล้ว

    [CNN รายงาน]

    โรงงานผลิตขีปนาวุธกลับมาเดินสายการผลิตแล้ว แม้ยังอยู่ในช่วงหยุดยิง ตามรายงาน CNN

    รายงานระบุว่า Iran กำลังเร่งฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมทางทหารอย่างรวดเร็ว และได้กลับมาเปิดสายการผลิตอาวุธบางส่วนแล้ว โดยสามารถผลิตอาวุธได้ “หลายร้อยชิ้นต่อวัน”

    เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า อิหร่าน “ฟื้นตัวเร็วกว่าที่สหรัฐประเมินไว้มาก” หลังสงครามและข้อตกลงหยุดยิงในปี 2026

    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า กว่า 2 ใน 3 ของแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และอิหร่านได้กระจายแท่นยิงเคลื่อนที่รุ่นใหม่จำนวนมากไปทั่วประเทศ

    รายงานยังระบุว่า Russia และ China กำลังให้การสนับสนุนอิหร่านเพิ่มเติม ทั้งด้านชิ้นส่วนขีปนาวุธและโดรน ซึ่งอาจช่วยให้อิหร่านฟื้นกำลังทางทหารได้เร็วขึ้น

    นักวิเคราะห์มองว่า ความสามารถของอิหร่านในการรักษาขีดความสามารถด้าน “ขีปนาวุธชายฝั่ง” เอาไว้ได้ อาจยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเรือขนส่งน้ำมันและการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก

    ตลาดพลังงานและตลาดการเงินทั่วโลกยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะทุกความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางสามารถส่งผลต่อราคาน้ำมันและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ทันที

    https://www.facebook.com/share/p/1BQP1xSPAJ/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สงครามอิหร่าน
    กำลังจะจบเร็วๆนี้”

    ทรัมป์ ประกาศคืนนี้

    Donald Trump กล่าวว่า ความขัดแย้งกับ Iran “จะจบลงเร็วมาก” และสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเจรจา เพื่อยุติวิกฤตด้านนิวเคลียร์และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก และย้ำว่าอิหร่าน “จะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์” ภายใต้ข้อตกลงใหม่

    คำพูดดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงทันที หลังตลาดเริ่มคาดหวังว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลงในระยะสั้น

    https://www.facebook.com/share/p/1HPcdGB9dG/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ปูตินเสนอแผนให้ขนย้ายและเก็บ "ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน" ไว้ในรัสเซีย เพื่อช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    สื่อรัสเซียรายงานว่า Vladimir Putin ได้หารือกับ Xi Jinping เกี่ยวกับข้อเสนอในการ “ขนย้ายและจัดเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน” ไว้ภายในรัสเซีย

    รายงานระบุว่า แนวคิดดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์ในตะวันออกกลาง หลังประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของ Iran กลับมาเป็นจุดสนใจของโลกอีกครั้ง

    ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังอิหร่านเพิ่งออกมาปฏิเสธข่าวเกี่ยวกับการเก็บสต็อกยูเรเนียมภายในประเทศ และตลาดกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของมหาอำนาจอย่างใกล้ชิด

    นักวิเคราะห์มองว่า หากมีการดำเนินการจริง รัสเซียอาจกลายเป็น “ศูนย์กลางการควบคุมและจัดเก็บยูเรเนียม” ของอิหร่าน ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันจากชาติตะวันตกบางส่วน แต่ก็อาจเพิ่มอิทธิพลของรัสเซียและจีนในตะวันออกกลางมากขึ้นเช่นกัน
    https://www.facebook.com/share/p/1Cf4xypLQF/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านออกมาปฏิเสธรายงานที่อ้างว่า

    ผู้นำสูงสุดคนใหม่ Mojtaba Khamenei มีคำสั่งให้เก็บ “สต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ” ทั้งหมดไว้ภายในประเทศ

    พร้อมย้ำว่า อย่าหลงเชื่อ “ข่าวปลอม” หรือข้อมูลที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อโจมตีและสร้างความเสียหายต่ออิหร่านจากฝ่ายตรงข้าม

    เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Iran ออกมาปฏิเสธรายงานที่อ้างว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ Mojtaba Khamenei ได้มีคำสั่งให้เก็บสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดไว้ภายในประเทศ โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวเป็น “Enemy Propaganda” หรือโฆษณาชวนเชื่อจากฝ่ายตรงข้าม

    รายงานก่อนหน้านี้จาก Reuters อ้างแหล่งข่าวอิหร่านว่า มีการหารือเกี่ยวกับการควบคุมสต็อกยูเรเนียม ท่ามกลางความตึงเครียดด้านนิวเคลียร์และการเจรจากับสหรัฐที่ยังชะงักงัน หลังสงครามในช่วงต้นปี 2026

    ตลาดน้ำมันตอบสนองต่อข่าวทันที โดยราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังนักลงทุนมองว่า ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจ “ไม่ได้รุนแรงขึ้นทันที” อย่างที่กังวลก่อนหน้า

    นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดยังจับตาสถานการณ์อิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ หรือความเสี่ยงต่อช่องแคบฮอร์มุซ สามารถกระทบต่อราคาน้ำมันโลกได้อย่างรวดเร็ว

    ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนด้านการเมืองภายในอิหร่าน และความสัมพันธ์กับสหรัฐ–อิสราเอล ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดทั่วโลกกำลังติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด
    https://www.facebook.com/share/p/18cA8Jp354/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่าน–โอมาน กำลังหารือ

    “เก็บค่าผ่านทางฮอร์มุซ”

    ร่วมกันแบบถาวร

    อิหร่าน–โอมาน กำลังหารือ “เก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ” แบบถาวร
    พร้อมระบุว่า หากต้องการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ประเทศต่าง ๆ อาจต้อง “จ่ายเงิน”

    Amin-Nejad ทูตอิหร่าน เปิดเผยว่า Iran และ Oman กำลังหารือแนวทางจัดเก็บ “ค่าผ่านทางถาวร” สำหรับเรือที่ใช้เส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์พลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

    รายงานระบุว่า แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังวิกฤตความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอลในปี 2026 ซึ่งก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยมีการจำกัดการเดินเรือและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมชั่วคราวในบางช่วง

    ทูตอิหร่านยังกล่าวว่า การ “เปิดช่องแคบอีกครั้ง” อาจต้องมีข้อตกลงด้านการชำระเงินจากประเทศที่ใช้เส้นทางดังกล่าว สะท้อนว่าอิหร่านอาจต้องการเปลี่ยนฮอร์มุซให้กลายเป็นแหล่งรายได้ระยะยาวหลังสงคราม

    นักวิเคราะห์มองว่า หากมาตรการนี้เกิดขึ้นจริง อาจกระทบต้นทุนการขนส่งน้ำมันทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ เพราะมีน้ำมันราว 20% ของโลกที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายอาจคัดค้านแนวคิดนี้ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็น “เส้นทางเดินเรือสากล” ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก และไม่เคยมีการเก็บค่าผ่านทางในลักษณะถาวรมาก่อน

    https://www.facebook.com/share/p/1SWV9u2iod/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]

    ตุรกีเทขาย “พันธบัตรสหรัฐ”

    ออกไปจนเกือบหมดพอร์ตแล้ว

    ตุรกี “เทขาย” พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเกือบทั้งหมด ท่ามกลางสงครามอิหร่าน

    ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่า ตุรกีได้ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) อย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อพยุงค่าเงินของประเทศในช่วงเดือนแรกของสงครามอิหร่าน

    Bloomberg คำนวณจากข้อมูล Treasury พบว่า
    การถือครองพันธบัตรสหรัฐของตุรกี ลดลงเหลือเพียง 1.8 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม จากระดับ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า

    ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงสินทรัพย์ที่ถือโดยธนาคารกลางตุรกี รวมถึงหน่วยงานและบริษัทต่าง ๆ ของตุรกี

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า หลายประเทศอาจเริ่มนำทุนสำรองดอลลาร์ออกมาใช้เพื่อป้องกันค่าเงินและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

    https://www.facebook.com/share/p/18HTGTnHMt/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันแพง Bond Yield พุ่ง ทองคำถูกขาย หุ้นเทคสะดุด ตลาดโลกเข้าโหมดหนีความเสี่ยง

    ตลาดโลกถูกเทขายและกลับมาอยู่ในโหมด risk off หรือ ปิดความเสี่ยง
    หลังนักลงทุนทั่วโลกเผชิญแรงกดดันจาก Bond Yield ที่พุ่งขึ้นพร้อมกัน
    โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งบอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ตัวอ้างอิงสำคัญของต้นทุนกู้ยืมและสินเชื่อทั่วโลก ก็ปรับตัวขึ้นแรงรอบกว่า 1 ปี

    ในรายการ The Signal
    วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 คุณ กิตติ บัวบึง, CISA นักวิเคราะห์เทคนิคอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่า ต้นทางสำคัญของความกังวลในตลาดรอบนี้ยังอยู่ที่ ราคาน้ำมัน เพราะน้ำมันที่ค้างอยู่ในระดับสูงอาจกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อ และผลักให้ Bond Yield ทั่วโลกพุ่งต่อ

    —————
    1) น้ำมันยังค้างสูง และอาจวิ่งขึ้นทำ New High
    :
    ราคาน้ำมัน Brent ยังยืนอยู่แถว 110 ดอลลาร์ ขณะที่ WTI อยู่ราว 103 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่ายังอยู่ในโซนสูง

    คุณกิตติมองว่า ภาพทางเทคนิคของน้ำมันยังอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ หรือ Symmetrical Triangle ซึ่งเป็นแพตเทิร์นที่รอการเลือกทิศทาง หากราคาทะลุขึ้นได้ มีโอกาสเห็นเป้าหมายทางเทคนิคใกล้ระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    แต่ประเด็นสำคัญคือ หากน้ำมันขึ้นแรงเกินไป ผลบวกต่อหุ้นพลังงานอาจถูกหักล้างด้วยผลลบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ เพราะต้นทุนพลังงานจะไหลไปกระทบค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต กำลังซื้อประชาชน และกำไรของบริษัทจดทะเบียน

    อันที่จริงน้ำมันขึ้นเล็กน้อยอาจดีต่อหุ้นพลังงานแต่น้ำมันขึ้นแรงเกินไป อาจกลายเป็น ข่าวร้าย” ของทั้งตลาด

    —————
    2) น้ำมันแพง คือเชื้อไฟของ Bond Yield
    :
    สิ่งที่ทำให้ตลาดกังวล ไม่ใช่แค่ราคาน้ำมัน แต่คือผลต่อเงินเฟ้อ

    เมื่อต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ตลาดจะเริ่มตั้งคำถามว่าเงินเฟ้อจะกลับมาแรงหรือไม่ และถ้าเงินเฟ้อกลับมา ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจไม่มีพื้นที่ให้ลดดอกเบี้ย หรืออาจต้องคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่ตลาดคาด

    นี่คือเหตุผลที่ Bond Yield พุ่งขึ้น

    เพราะตลาดเริ่มปรับมุมมองใหม่ว่า ดอกเบี้ยอาจไม่ได้ลงง่าย และต้นทุนเงินทั่วโลกอาจอยู่สูงไปอีกระยะ

    —————
    3) ทองคำถูกกดดัน แม้โลกยังไม่สงบ
    :
    ในภาวะปกติ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ควรเป็นปัจจัยหนุนทองคำ

    แต่รอบนี้ทองกลับร่วงแรง โดยทองคำกำลังถูกกดดันจาก 3 ปัจจัยหลัก

    ▪️ หนึ่งคือ Bond Yield ที่สูงขึ้น
    ▪️ สองคือแรงกดดันจาก Oil Shock
    ▪️ และสามคือราคาทองก่อนหน้านี้อยู่ในระดับที่แพงมาก หรือ “Overpriced” ในเชิงเทคนิค

    ในมุมเทคนิคทองคำยังมีโอกาสพักตัวลงไปทดสอบบริเวณแถว 4,375 ดอลลาร์ หรือเทียบเป็นทองไทยประมาณ 65,000–67,000 บาทต่อบาททองคำ

    อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้มองว่าทองจะหลุดแนวโน้มใหญ่ทันที แต่ระยะสั้นยังเป็นจังหวะที่ต้องระวัง โดยเฉพาะนักลงทุนที่ใช้ Leverage เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มักเกิด “Positive Shock” ได้แรงและเร็ว หากมีข่าวภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงกลางคืน

    —————
    4) หุ้นเทคเริ่มสะดุด หลังขึ้นแรง
    :
    อีกสินทรัพย์ที่เริ่มเห็นแรงกดดันชัดคือหุ้นเทค โดยเฉพาะ Nasdaq และ S&P 500

    โดย Nasdaq ยังอยู่ในภาพขาขึ้น แต่หลังจากปรับตัวขึ้นแรงและทิ้งห่างเส้นค่าเฉลี่ยมากเกินไป จึงมีโอกาสพักฐานลงมาได้ โดยแนวรับสำคัญของ Nasdaq อยู่บริเวณ 24,300 จุด หากหลุดระดับนี้ อาจเริ่มส่งสัญญาณว่ารอบขาขึ้นเริ่มจบ หรืออย่างน้อยเข้าสู่ภาวะ Sideway

    ส่วน S&P 500 มีแนวสำคัญบริเวณ 7,000 จุด หากยังไม่หลุด ยังถือว่ายังไม่เสียภาพใหญ่ แต่กลยุทธ์ตอนนี้คือ ไม่ต้องรีบซื้อ เพราะทั้ง RSI และ MACD เริ่มส่งสัญญาณพักตัว

    #บทสรุป: น้ำมันคือจุดเริ่มต้นของเกมใหญ่

    ตลาดตอนนี้ไม่ได้กลัวแค่น้ำมันแพง แต่กำลังกลัวสิ่งที่ตามมา

    น้ำมันแพง → เงินเฟ้อสูง → Bond Yield พุ่ง → ทองถูกกดดัน → หุ้นเทคสะดุด → ตลาดโลกต้อง Reprice ใหม่

    นี่คือโดมิโน่ที่นักลงทุนต้องจับตาใกล้ชิด เพราะหากน้ำมันเลือกทางขึ้นและเข้าใกล้ 150 ดอลลาร์จริง แรงกดดันต่อเงินเฟ้อและ Bond Yield อาจรุนแรงกว่าที่ตลาดเตรียมรับไว้

    แต่หากน้ำมันเลือกทางลง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้ออาจผ่อนคลาย และตลาดอาจกลับมาหายใจได้อีกครั้ง

    ในช่วงที่ตลาดผันผวน การเข้าใจ จังหวะของตลาดให้แม่น อาจเป็นสิ่งที่สร้างความต่างระหว่างการไล่ตามราคา กับการวางเกมอย่างมีระบบ

    สำหรับผู้ที่อยากต่อยอดมุมมองการวิเคราะห์เทคนิค และเรียนรู้การประยุกต์ใช้ Elliott Wave กับการเทรดจริง มีงานสัมมนาฟรี รายละเอียด ลิงก์ใต้คอมเมนต์

    #BondYield #ราคาน้ำมัน #Gold #Nasdaq #SP500 #หุ้นเทค #Fed #เงินเฟ้อ #ตลาดการเงิน #เศรษฐกิจโลก #BusinessTomorrow

    https://www.facebook.com/share/p/1CTRhS9fox/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “บอนด์ยีลด์พุ่ง เขย่าหุ้นเทคทั่วโลก” AI ยังไม่จบ แต่ตลาดกำลังกลัวดอกเบี้ยมากกว่ากำไร

    ตลาดโลกเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นพร้อมกัน ตั้งแต่สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนี ไปจนถึงอังกฤษ

    บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขึ้นแตะราว 4.6% ขณะที่อายุ 30 ปี พุ่งสู่ระดับ 5.1% สูงสุดในรอบ 3 ปี ส่วนพันธบัตรอังกฤษอายุ 30 ปีขึ้นทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1998

    ผลที่ตามมาคือแรงขายกระจายไปทั่ว แกดพจำะตลาด ทั้งหุ้น ทองคำ และโดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีที่ถูกเทขายหนัก

    ในรายการ Business Tomorrow เมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 คุณวรัท บางเจริญพรพงค์ นักกลยุทธ์การลงทุน จากกรุงไทย เอ็กซ์สปริง วิเคราะห์ว่า สิ่งที่ตลาดกำลังกลัวในเวลานี้ ไม่ใช่แค่สงครามอิหร่าน แต่คือ “ดอกเบี้ยที่อาจกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง”

    ตลาดเปลี่ยนมุมมองจาก “เฟดลดดอกเบี้ย” เป็น “เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย”

    คุณวรัทอธิบายว่า ก่อนหน้านี้ตลาดเคยมองว่า ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะเข้าสู่ขาลง และอย่างน้อย Fed ก็น่าจะคงดอกเบี้ยไว้

    แต่หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางยืดเยื้อ ราคาน้ำมันพุ่ง เงินเฟ้อกลับมากดดัน ตลาดเริ่มเปลี่ยนมุมมองทันที

    จากเดิมที่ “คงดอกเบี้ย” คือ Base Case กลายเป็นว่า “ขึ้นดอกเบี้ย” เริ่มกลายเป็นความเสี่ยงใหม่

    FedWatch Tool สะท้อนว่า ตลาดเริ่มให้น้ำหนักถึงโอกาสที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในช่วงต้นปี 2027 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บอนด์ยีลด์พุ่งและตลาดหุ้นถูกเทขาย

    หุ้นเทคแพ้ดอกเบี้ย เพราะ Valuation สะสมพรีเมียมมานาน

    คุณวรัทชี้ว่า ตลาดหุ้นยุคนี้ “Sensitive ต่อดอกเบี้ยสูงมาก” เพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนให้พรีเมียมกับหุ้นเทคจำนวนมาก จากความเชื่อว่าดอกเบี้ยกำลังเป็นขาลง

    หุ้นกลุ่ม AI, Cloud และ Hyperscaler ถูกให้มูลค่าสูง เพราะตลาดมองอนาคตไกลมาก แต่เมื่อบอนด์ยีลด์พุ่งขึ้น ภาพกลับเปลี่ยนทันที

    เพราะบริษัทเทคขนาดใหญ่เริ่มลงทุนหนักใน Data Center และ AI Infrastructure จนกระแสเงินสดอิสระเริ่มตึงตัว หลายบริษัทเริ่มต้องออกหุ้นกู้มากขึ้น

    เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินของบริษัทเหล่านี้ก็สูงขึ้น และมูลค่าหุ้นที่เคยถูก Discount ด้วยดอกเบี้ยต่ำ ก็ต้องถูกปรับลง

    ตลาดเทคถูกซ้ำด้วย Leverage และการเก็งกำไร

    อีกประเด็นที่คุณวรัทเตือน คือหุ้นเทคไม่ได้แพ้แค่ดอกเบี้ย แต่ยังเปราะบางจาก Positioning ของตลาด

    Call Option ในหุ้นรายตัวสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงมาก นักลงทุนไม่ได้เก็งกำไรแค่ดัชนี แต่ไล่ซื้อหุ้นตัวใหญ่โดยตรง

    เมื่อหุ้นขึ้น คนซื้อ Call มากขึ้น คนออก Call ต้องไปซื้อหุ้น Hedge เพิ่ม เกิด Gamma Squeeze ทำให้ราคายิ่งเร่งขึ้น

    แต่เมื่อมี Trigger จากบอนด์ยีลด์และความกลัวดอกเบี้ย คนที่มีกำไรก้อนใหญ่ก็เริ่มขายก่อน โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ Leverage สูง

    คุณวรัทมองว่า นี่คือเหตุผลที่หุ้นเทคปรับฐานง่าย แม้พื้นฐานระยะยาวของ AI ยังไม่ได้เปลี่ยน

    งบ Nvidia คือจุดชี้ชะตา Sentiment ตลาด AI

    สัปดาห์นี้ ตลาดทั่วโลกจับตางบ Nvidia เพราะ Nvidia คือ “ศูนย์กลางของธีม AI”

    คุณวรัทมองว่า ตลาดรู้อยู่แล้วว่า Nvidia มีโอกาสรายงานงบดีกว่าคาด สิ่งที่นักลงทุนรอดูจริง ๆ คือจะ Surprise แค่ไหน และ Guidance ยังแข็งแรงหรือไม่

    แต่เขาย้ำว่า ต่อให้ Nvidia ประกาศงบดี หุ้นก็อาจถูกขายทำกำไรได้ เพราะราคาสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว

    อย่างไรก็ตาม หาก Guidance ยังดี Demand ยังแข็งแรง และ Nvidia ยังลงทุนต่อ นั่นจะเป็นแรงหนุนต่อ Supply Chain ของ AI ทั้งระบบ ตั้งแต่ Semiconductor, Memory, Optical, Data Center ไปจนถึงพลังงาน

    AI ยังไม่ใช่ Bubble เพราะเริ่มมีรายได้จริงแล้ว

    คุณวรัทระบุว่า แม้ตลาดเริ่มกังวลว่า AI อาจเป็น Bubble แต่ข้อมูลบางส่วนเริ่มสะท้อนว่า AI ไม่ได้มีแค่ความฝัน

    บริษัทจำนวนมากเริ่มมีค่าใช้จ่ายด้าน AI เพิ่มขึ้นจริง ทั้ง OpenAI, Anthropic และ Google สะท้อนว่า AI เริ่มถูกใช้งานจริงในภาคธุรกิจ

    เมื่อมีการใช้งานจริง มีรายได้จริง และมีการลงทุนจริง จึงยังพูดไม่ได้เต็มปากว่า AI เป็น Bubble

    แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ใช่ทุกบริษัทในธีม AI จะเป็นผู้ชนะ

    กลยุทธ์ลงทุน: ไม่ต้อง Panic แต่ต้องทบทวนพอร์ต

    คุณวรัทมองว่า นักลงทุนยังไม่จำเป็นต้อง Panic หรือรีบหนีหุ้น AI ทั้งหมด

    แต่หากพอร์ตมีน้ำหนักหุ้น AI หรือ Semiconductor สูงมาก อาจต้องเริ่มทบทวนและลดบางส่วนเพื่อบริหารความเสี่ยง

    เพราะแม้กำไรบริษัทจะดี แต่ถ้า Valuation ถูกกดจากดอกเบี้ย หุ้นก็ยังลงได้

    ตัวอย่างในอดีตอย่างปี 2018 กำไร S&P 500 โตแรง แต่ตลาดยังติดลบ เพราะ PE ถูกกดจากดอกเบี้ยขาขึ้น

    เงินอาจไหลเข้าหุ้น Value และ Defensive

    ในช่วงที่หุ้นเทคถูกขาย คุณวรัทชี้ว่า หุ้นกลุ่ม Value และ Defensive เช่น Healthcare, Financial และ Consumer Staples กลับปรับตัวได้ดี

    ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การออกจากตลาดทั้งหมด แต่คือการทำ Balance พอร์ต

    ลดความเข้มข้นในหุ้นเทคบางส่วน เพิ่มน้ำหนักหุ้น Value และถือหุ้น AI ต่อในสัดส่วนที่รับความผันผวนได้

    ถ้ายังเชื่อ AI อาจมอง “จีน” เป็นอีกทางเลือก

    คุณวรัทมองว่า หากนักลงทุนยังเชื่อในธีม AI แต่เริ่มกังวล Valuation ของหุ้นเทคสหรัฐฯ อาจพิจารณากระจายบางส่วนไปยังหุ้นเทคจีน

    โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Semiconductor, Data Center, Optical และ AI Infrastructure

    จีนกำลังพยายามพึ่งพาชิปในประเทศมากขึ้น จากปัจจุบันราว 40% และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นถึง 80% ในปี 2030

    หุ้นบางกลุ่มในจีนที่เกี่ยวข้องกับ AI Supply Chain จึงอาจมีโอกาสเติบโต แม้ภาพเศรษฐกิจจีนโดยรวมยังมีความเสี่ยงจากการบริโภคและอสังหาริมทรัพย์

    สรุป: AI ยังไม่จบ แต่ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วง “คัดผู้ชนะ”

    สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดรอบนี้ ไม่ใช่สัญญาณว่า AI จบรอบแล้ว

    แต่เป็นสัญญาณว่า ตลาดกำลังเริ่มจริงจังกับคำถามใหม่

    ใครจะทำกำไรจริงจาก AI ?
    ใครจะรับต้นทุนดอกเบี้ยสูงไหว ?
    ใครคือผู้ชนะจริงใน Supply Chain รอบนี้ ?

    ในวันที่บอนด์ยีลด์พุ่ง ดอกเบี้ยกลับมาเป็นความเสี่ยง และหุ้นเทคถูกขายแรง

    บทเรียนสำคัญอาจไม่ใช่การเลิกเชื่อ AI

    แต่คือการไม่ถือ AI แบบลืมความเสี่ยง

    เพราะตลาดกระทิงรอบใหญ่ อาจยังไม่จบ

    แต่นับจากนี้ ตลาดอาจไม่ได้ให้รางวัลกับทุกหุ้นที่มีคำว่า AI อีกต่อไป

    โลกการลงทุนยุคใหม่ ไม่ได้แข่งกันแค่เลือก “สินทรัพย์ที่ถูกต้อง” แต่แข่งกันที่ “ความพร้อม” ในการบริหารเงินและคว้าโอกาสระดับโลก
    สำหรับคนที่มองหาอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารเงินสกุลต่างประเทศ ทั้งเพื่อออม ลงทุน หรือใช้จ่าย Krungthai Global Savings เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ รายละเอียดในคอมเมนต์

    #BusinessTomorrow #Fed #ดอกเบี้ย #BondYield #พันธบัตร #ตลาดการเงิน #เศรษฐกิจโลก #WallStreet #Nasdaq #SP500
    https://www.facebook.com/share/p/1Exj2N8xge/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,371
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #สรุป การประชุม “ปูติน–สี จิ้นผิง” วันนี้

    1) รัสเซียและจีน ลงนามข้อตกลงขยายความร่วมมือระยะยาวอย่างเป็นทางการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์

    2) สี จิ้นผิง เรียกร้อง “ระบบโลกใหม่ที่ยุติธรรมกว่าเดิม”

    3) ปูตินย้ำ ความสัมพันธ์รัสเซีย–จีน “แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์” และจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของรัสเซีย

    4) รัสเซียยืนยันเป็น “ผู้จัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้” ให้จีน แม้จะต้องเผชิญการคว่ำบาตรจากตะวันตก

    5) ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันในการต่ออายุ “สนธิสัญญามิตรภาพจีน–รัสเซีย”

    6) จีนยังไม่กดดันรัสเซียเรื่องสงครามยูเครน

    7) ปูตินเชิญสี จิ้นผิง เยือนรัสเซียอีกครั้งในปีหน้า

    https://www.facebook.com/share/p/1DxwJ9erUj/
     

แชร์หน้านี้

Loading...