เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 9 สิงหาคม 2026 at 16:49.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,829
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +26,984
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,829
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +26,984
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนนี้ กระผม/อาตมภาพฝ่าฝนที่ตกหนัก พูดตามภาษาเก่าก็คือ "ตกเหมือนกับฟ้ารั่ว" เพื่อเดินทางไปยังศาลา ๒ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพท่านอาจารย์พระครูปุริมานุรักษ์, รศ.ดร. (ประสิทธิ์ ธุรสิทฺโธ) อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อดีตคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

    เมื่อไปถึง ปรากฏว่าในส่วนของพื้นที่ด้านสังฆาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหารนั้น ได้ตกอยู่ภายใต้น้ำท่วมขังเป็นความสูงอย่างน้อยก็ครึ่งล้อรถขึ้นไป ซึ่งในจุดนี้ทำให้เห็นชัดว่าวัดวาอารามของเรานั้น ถ้าหากว่าระบบระบายน้ำไม่ดี ก็มีสิทธิ์ที่จะทำให้ต้องเดือดร้อนในช่วงฝนตกหนักแบบนี้เอง..!

    ครั้นเมื่อรับบทหนักในส่วนของการทำหน้าที่ต่าง ๆ ในช่วงเป็นเจ้าภาพ เนื่องเพราะไม่คิดว่าตนเองนั้นจะอาวุโสถึงระดับนี้แล้ว จากที่เคยปรารภว่าในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ นั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่เพื่อนก็คือลูกศิษย์ทั้งสิ้น แล้วมาอยู่ในสถานการณ์งานศพของท่านอาจารย์ประสิทธิ์ครั้งนี้ ยิ่งเห็นอย่างชัดเจน

    เนื่องเพราะว่าตัวคณบดี ก็คือท่านเจ้าคุณพระอุดมสิทธินายก, รศ.ดร.(กำพล คุณงฺกโร ป.ธ. ๙) นั้น ท่านติดภารกิจงานศพจากการกราดยิงของเด็กนักเรียน จึงไม่ได้มาร่วมงานด้วย ทำให้บุคคลที่ถือว่าเป็นอาวุโสสูงสุดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ก็คือพระเดชพระคุณพระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ, ป.ธ. ๙) องค์อธิการบดีนั่นเอง รองลงมา เหลียวซ้ายแลขวาแล้วก็เหลือแต่กระผม/อาตมภาพโด่เด่อยู่คนเดียว

    เหตุเพราะว่าต่อให้เป็นท่านเจ้าคุณพระอุดมสิทธินายก, รศ.ดร. ท่านก็จบปริญญาเอกรุ่นเดียวกัน แล้วมองมาที่รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ ก็คือพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร. นั้น ก็เป็นลูกศิษย์ที่กระผม/อาตมภาพบวชให้เอง ไม่ต้องไปพูดถึงท่านอื่น ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนฝูงและลูกศิษย์

    กระผม/อาตมภาพจึงต้องทำภาระหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการจุดเทียนส่องธรรม ถวายผ้าไตรบังสุกุล ถวายไทยธรรมต่อพระเดชพระคุณพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ ป.ธ. ๙) หรือหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔

    ทำหน้าที่ไปท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นขนาดนั้น ท้ายที่สุดจากงานศพของผู้อื่น ก็เกือบจะเป็นงานศพของตนเอง..! เนื่องเพราะว่าไข้จับเสียตั้งแต่ยังไม่ทันที่จะเดินทางกลับ กว่าจะเดินทางกลับถึงที่พักท่ามกลางอากาศแบบนั้น ปกติเป็นเวลาซึ่งจำวัดไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าตอนนี้กลับมานั่งรอให้อาการมาลาเรียเรื้อรังกำเริบ จึงกลายเป็นอะไรที่นอกจากได้มรณานุสติ จากการที่อาจารย์พระครูปุริมานุรักษ์, รศ.ดร. มรณภาพ ก็กลายเป็นมรณานุสติว่าเราจะมรณภาพตามท่านอาจารย์ไปตอนไหนก็ไม่รู้ ?!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,829
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +26,984
    มาถึงช่วงเช้านี้ เมื่อออกไปทำการบวงสรวงขอออนุญาตเทพื้นรอบอุโบสถวัดอุทยาน ให้พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร. เจ้าคณะตำบลบางขนุน เจ้าอาวาสวัดอุทยาน สุ้มเสียงจึงไม่มี แถมญาติโยมก็ยังมาร่วมงานกันอุ่นหนาฝาคั่งกว่าที่เคย ซึ่งโดยปกติแล้วก็ไม่เคยมามากขนาดนี้ ไม่ทราบเหมือนกันว่างานนี้เป็นเพราะตรงกับวันอาทิตย์หรือเปล่า ? ต่อจากนั้นก็ได้นำทุกท่านภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ พร้อมกับอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลให้กับทางวัดอุทยานไปด้วย

    ผู้ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ก็มีตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ จังหวัดลำพูน ซึ่งปีนี้ก็เจริญอายุกาลถึง ๘๙ ปีแล้ว

    ท่านอาจารย์นิล (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร

    พระครูโก้ (พระครูสังฆรักษ์ฬัสวัชร์ ฐิตสีโล) เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมอนันต์บูรพาราม จังหวัดชลบุรี เหล่านี้เป็นต้น

    พอดีมีญาติโยมจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียได้ถวายประคำงาช้าง ๑๐๘ เม็ดมาเส้นหนึ่ง กระผม/อาตมภาพอธิษฐานจิตแล้วก็ถวายส่งตุ๊พ่อสิงห์ บอกว่า "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับหลวงพี่..!" ทำเอาอีกฝ่ายหนึ่งยิ้มกว้าง เพราะว่าเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกินแล้วที่ไม่ได้ยินกระผม/อาตมภาพเรียกว่า "หลวงพี่"

    เนื่องเพราะว่าในสมัยที่บวชใหม่ ๆ นั้น ตุ๊พ่อสิงห์ท่านก็เพิ่งจะได้ ๘ - ๙ พรรษา กระผม/อาตมภาพเองในสมัยนั้นก็จะมี "หลวงพี่มหาสิงห์" จะมี "หลวงพี่อนันต์" เหล่านี้เป็นต้น แต่พออยู่กันไปนาน ๆ ๔๐ พรรษาผ่านไป กระผม/อาตมภาพก็ต้องเรียกตามลูกศิษย์ว่าตุ๊พ่อสิงห์บ้าง ตุ๊ปู่สิงห์บ้าง แทนที่จะเรียกหลวงพี่ก็กลายเป็นหลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ (พระราชภาวนาโกศล วิ.) บ้าง เหล่านี้เป็นต้น

    ในเมื่อบรรยากาศย้อนกลับไปเป็นสมัยก่อน จึงทำให้ความรู้สึกคุ้นเคยต่าง ๆ กลับคืนมา ไม่เช่นนั้นแล้วต่างฝ่ายต่างก็เกรงใจในคุณธรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง ก็อาจจะทำให้รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบาง ๆ มากั้นอยู่ในฐานะของพี่น้องลูกพ่อเดียวกันเช่นกัน

    ครั้นอธิษฐานจิตเสร็จเรียบร้อย ทำการพรมน้ำมนต์ที่วัตถุมงคลและพรมให้แก่ญาติโยมทั้งหลายที่ร่วมพิธี โดยเฉพาะในส่วนชั้นบนของศาลาการเปรียญ วัดอุทยานแล้ว พวกเราก็ภาวนาพระคาถาเงินล้านกันไปจนกระทั่งจบ ครั้นเสร็จพิธีก็นั่งเป็นเนื้อนาบุญให้ญาติโยมทั้งหลายได้ถวายสังฆทาน ซึ่งทางกระผม/อาตมภาพรับมาทั้งเงินไทย เงินดอลลาร์อเมริกัน และทองคำ รวมแล้วได้เป็นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ กว่าบาท มอบให้กับ พระครูโรจน์, รศ.ดร. นำไปเป็นต้นทุนในการเทพื้นคอนกรีตรอบอุโบสถ
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,829
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,206
    ค่าพลัง:
    +26,984
    แล้วตนเองก็มาปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อ ก็คือวางกำลังใจอยู่กับมรณานุสติของตนเหมือนเดิม..! ร่างกายของชายชราอายุ ๖๘ ปีนี่ ดูท่าไม่อยากจะทำงานสักเท่าไรแล้ว พยายามที่จะหายใจเอาไว้ก็ไม่ค่อยจะให้ความร่วมมือ ยังนึกไม่ออกว่า "หลวงพี่สิงห์" ของกระผม/อาตมภาพที่อยู่มาถึง ๘๙ ปี จะเป็นอย่างไร ? หรือว่าหลวงพ่อเจ้าคุณชัยวัฒน์ - พระเดชพระคุณพระธรรมวชิรเจติยาจารย์ (ชัยวัฒน์ ปญฺญาสิริ ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ ซึ่งปีนี้ก็น่าจะอยู่ที่ ๘๔ - ๘๕ ปี ท่านบอกว่าแค่เดินก็เหนื่อยแล้ว..!

    กระผม/อาตมภาพเองคงไม่ได้มีอายุยืนยาวถึงขนาดนั้น เนื่องเพราะว่าทุกวันนี้ก็อยู่ได้ด้วยการ "ต่อวีซ่า" มาเป็นระยะ ๆ และวีซ่าก็จะหมดลงในเวลาอีกไม่นานแล้ว มีแต่ญาติโยมทั้งหลายเท่านั้นที่ยังประมาท บอกว่า "หลวงพ่อเล็กยังแข็งแรงอยู่" "หลวงพ่อเล็กยังดูไม่แก่เลย"

    กระผม/อาตมภาพทราบดีว่า ถ้าหากว่าสังขารร่างกายนี้เป็นบ้านเรือนก็คงผุพังไปหมดแล้ว ตอนนี้ก็ได้แต่ค้ำซ้ายยันขวา อยู่ได้ด้วยหมอและยา ซึ่งถ้ายันไม่อยู่เมื่อไร ก็คงจะพังครืนลงไปทั้งหลัง แต่ว่าก็ได้ทำใจล่วงหน้าเอาไว้นานแล้วว่า
    จะอยู่เพื่อยังประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หลังจากนั้นแล้วก็ต้องแล้วแต่เวรแต่กรรม

    ลูกศิษย์ท่านใดที่ตั้งใจจะเอาดี ตะเกียกตะกายให้เต็มที่ ถึงเวลาก็จะไม่รู้สึกเดือดร้อนมากนัก แต่ถ้าหากว่าท่านใดที่ประมาทอยู่ เมื่อถึงเวลาแล้วไปไม่ได้อย่างที่ตนเองหวัง เดือดร้อนขึ้นมาก็อย่ามาเรียกร้องความช่วยเหลืออะไรกันตอนนั้นแล้วกัน..!

    กระผม/อาตมภาพไม่ใช่หลวงพ่อวัดท่าซุง ที่หลังจากท่านมรณภาพแล้วเป็นปี กระผม/อาตมภาพไปอยู่ประจำสร้างสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี มีอยู่วันหนึ่งเช้ามืด เจอหลวงพ่อท่านเดินเอาไม้เท้าไปเคาะประตูบ้านโน้นก๊อก ๆ บ้านนี้ก๊อก ๆ ทีละหลัง ทำท่าเหมือนอย่างกับเหนื่อยเหงื่อโทรมมาเลยทีเดียว จึงได้กราบเท้าท่านและกราบเรียนถามว่า "หลวงพ่อครับ มรณภาพไปแล้วยังเหนื่อยขนาดนี้เลยหรือครับ ?"

    ท่านบอกว่า "ตอนนี้เหนื่อยกว่าตอนเป็นหลายเท่าแม้ว่าจะอยู่ในกายทิพย์ก็จริง แต่ว่าความเหนื่อยนี้ไม่ใช่ความเหนื่อยทางร่างกาย เป็นความเหนื่อยใจมากกว่า เพราะว่าสมัยที่มีชีวิตอยู่ เขาเรียกอะไร บางทีก็ทำหูทวนลมได้ แต่ว่าตอนตายแล้ว เขาเรียกทีไรได้ยินทุกที..!"

    กระผม/อาตมภาพเองขำก็ขำ แต่หัวเราะไม่ออก คิดว่าถ้าตนเองต้องสงเคราะห์ลูกศิษย์ในลักษณะแบบนี้ ตูก็ยอมกลั้นใจตายจากผีกลายเป็นสางเสียยังดีกว่า..! เรื่องพวกนี้ก็ได้แต่พูดเรื่อยเปื่อยไป เนื่องเพราะว่าถึงเวลาจริง ๆ ถ้าหากว่ามีคำสั่งขึ้นมา ต่อให้เหนื่อยยากขนาดไหนก็คงต้องต่อสู้กันต่อไปนั่นเอง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...