ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุประกาศยกเลิกน้ำมันที่จะส่งไปยุโรปในเดือนนี้

    มีโรงกลั่นอย่างน้อยสามแห่งในยุโรปที่ได้รับแจ้งว่าน้ำมันสำหรับเดือนกันยายน ถูกยกเลิก และกำหนดส่งมอบใหม่โดนเลื่อนไปอย่างน้อยพฤศจิกายน หลังจากท่อบายพาสไป Yanbu โดนโจมตี

    ซาอุไม่สามารถส่งออกน้ำมันทาง Yanbu ได้ตั้งแต่วันที่ 11 ที่ผ่านมา


    https://www.facebook.com/share/p/1DWnBzJu1i/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    แห่งแรกในโลก ! จีนเปิดโรงงานสกัด “รูบิเดียม”และ “ซีเซียม” โลหะสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมไฮเทค แต่หาทำยายาก

    #รูบิเดียม และ #ซีเซียม เป็นวัตถุดิบ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมด้านการบินและอวกาศ เครื่องมือวัดความละเอียดสูง เทคโนโลยีการสื่อสาร 6G และเทคโนโลยีควอนตัม

    ทว่าในปัจจุบัน แร่หายากทั้งสองชนิดนี้ยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากมีการกระจายตัวปะปนอยู่กับแร่ธาตุหรือเกลือชนิดอื่น ไม่ได้รวมตัวกันเป็นแหล่งแร่ขนาดใหญ่พอที่จะขุดขึ้นมาใช้ในเชิงเศรษฐกิจ จะมีก็แต่เหมืองแร่พอลลูไซต์ที่พอจะเป็นแหล่งแร่หลักสำหรับการสกัดซีเซียมและรูบิเดียม ถึงกระนั้นเหมืองแร่นี้ก็มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งในโลก เช่น แคนาดาและซิมบับเว

    อย่างไรก็ตาม สถาบันวิจัยกระบวนการวิศวกรรม (Institute of Process Engineering) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) แถลงเมื่อไม่นานว่า นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใน #การสกัด และแยกรูบิเดียมกับซีเซียมเกรดต่ำออกมาจากกากตะกอนของเสีย ซึ่งเกิดจากกระบวนการผลิต #ลิเทียม

    เทคโนโลยีที่ว่านี้ก็คือ #ระบบคอลัมน์สกัด ( extraction column system) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อการผลิตในระดับอุตสาหกรรมกันเลยทีเดียว โดยเปิดสายการผลิตสาธิตในมณฑลเจียงซี ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโลกที่มีกำลังการผลิต 500 ตันต่อปี และมีผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์เข้าสู่ตลาดแล้ว

    สายการผลิตสาธิตสามารถผลิตซีเซียมคาร์บอเนตและรูบิเดียมคาร์บอเนตที่มีความบริสุทธิ์สูงกว่า 99.9 % อัตราการนำกลับมาใช้ใหม่โดยรวมของซีเซียมนั้นสูงกว่า 98 %ในขณะที่อัตราของรูบิเดียมสูงกว่า 95 %

    นายหวัง หยง หัวหน้าโครงการกล่าวว่า รูบิเดียมและซีเซียมจะถูกทิ้งไปในระหว่างกระบวนการแปรรูปแร่ลิเทียมมาชั่วนาตาปี เพราะมันมีความเข้มข้นค่อนข้างต่ำและแยกออกมาได้ยาก

    เขาอธิบายว่า ในลิเทียมเข้มข้นโดยทั่วไปนั้น ปริมาณ 1 เมตริกตันจะประกอบด้วยลิเทียมออกไซด์ประมาณ 25 กิโลกรัม รูบิเดียมออกไซด์ 7.8 กิโลกรัม และซีเซียมออกไซด์ 1.8 กิโลกรัม

    แม้ว่าปริมาณของรูบิเดียมและซีเซียมจะมีอยู่ค่อนข้างน้อย แต่เทคโนโลยีใหม่ก็ช่วยให้สามารถสกัดและนำธาตุเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    สายการผลิตสาธิตสามารถผลิตซีเซียมคาร์บอเนต รูบิเดียมคาร์บอเนต และสารประกอบอื่นๆ เช่น คลอไรด์ออกไซด์ และซัลเฟต สารประกอบเหล่านี้สามารถนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปต่อเป็นโลหะรูบิเดียมและซีเซียมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้

    เทคโนโลยีใหม่ดังกล่าวนำมาใช้แทนถังสกัดแบบดั้งเดิม ซึ่งปล่อยให้ตัวทำละลายอินทรีย์สัมผัสกับอากาศ จึงนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ โดยคอลัมน์เหล่านี้ทำงานในระบบปิดมิดชิด คอลัมน์เพียงอันเดียวสามารถให้ประสิทธิภาพการแยกธาตุเทียบเท่ากับขั้นตอนการแยกแบบดั้งเดิมถึง 15 ขั้นตอน นอกจากนั้น ช่วยลดปริมาณการใช้ตัวทำละลาย และลดพื้นที่ที่ใช้ติดตั้งอุปกรณ์ลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

    สายการผลิตสาธิตนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างสถาบันวิจัยกระบวนการวิศวกรรมกับบริษัทกานเฟิง ลิเทียม กรุ๊ป(Ganfeng Lithium Group Co) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเกลือลิเทียมรายใหญ่ที่สุดในโลก มีสำนักงานใหญ่ในเมืองซินอวี๋ มณฑลเจียงซี โดยเป็นโครงการต่อยอดมาจากการวิจัยด้านเทคโนโลยีคอลัมน์สกัด ซึ่งดำเนินมานานเกือบสองทศวรรษ

    "ระบบทั้งหมดได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นในประเทศจีนครับ" นายหวังกล่าว

    ที่มา : ไชน่าเดลี / เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์
    ภาพประกอบข่าว
    1 ระบบคอลัมน์สกัด ( extraction column system) ในระดับอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลกสำหรับการสกัดและแยกรูบิเดียมกับซีเซียม - ภาพ : ไชน่าเดลี
    2 สายการผลิตแบตเตอรีลิเทียมในโรงงานแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกของจีน – ภาพ : เอเอฟพี

    https://www.facebook.com/share/1Eonx4mWUK/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จุดจบ.. Aramco ลุกลามถึงวิกฤตตลาดพันธบัตรรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

    ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากเข้าใจไปเองว่า Aramco เป็นบริษัทน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

    ARAMCO คือ Arabian American Oil Company (บริษัทน้ำมันอาหรับ-อเมริกัน)

    ARAMCO บริษัทนี้เป็นของอเมริกามาตั้งแต่ต้น ในปี ค.ศ. 1933 บริษัทสัญชาติอเมริกันได้รับสัญญาสำรวจน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย ต่อมาในปี ค.ศ. 1944 บริษัทได้รับชื่อว่า Arabian American Oil Company และแม้แต่ในปัจจุบัน ผู้คนก็เรียกกันสั้นๆ ว่า "Aramco" จนลืมไปว่ามีคำว่า "American" อยู่ในชื่อด้วย

    ทุกวันนี้หลายคนยังคงภาคภูมิใจและมองว่าเป็น "บริษัทของซาอุฯ" ทั้งที่ความจริงแล้ว บริษัทอเมริกันต่างหากที่เป็นผู้เข้าควบคุมน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและนำไปขายในตลาดโลก

    เปรียบได้กับกรณีที่ทรัมป์ยึดน้ำมันของเวเนซุเอลา.. ผ่านการฉกฉวยผลประโยชน์โดยบริษัทอเมริกัน

    ยุคถัดมา สาธารณรัฐอิหร่านไม่ยอมส่งมอบน้ำมันให้ อเมริกาก็จะเข้าโจมตี

    แต่ราชวงศ์อัลซาอูดกลับยอมมอบน้ำมันของตนให้อเมริกาโดยไม่มีการต่อสู้ขัดขืน

    ARAMCO ทั้งที่มีคำว่า "American" ปรากฏอยู่ในชื่อ แต่บางคนก็ยังมองว่าเป็นของซาอุฯ ความจริงไม่ได้สะท้อนออกมาให้เห็นผ่านชื่อของมันหรอกหรือ?

    มีการเผยแพร่ภาพถ่ายล่าสุดของคลังเก็บน้ำมันและก๊าซของ Aramco ในเมืองจาซาน (Jazan) ถูกทำลายจนย่อยยับ!

    มีข้อสรุปจากการประชุมลับในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่.. 'โอมาน' ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมนั้นเรียบง่ายมาก ตัวแทนจากชนเผ่าซาอุดีฯ กว่าสิบกลุ่มได้หารือร่วมกับ "ตัวแทน" ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และยอมรับข้อตกลงทางการเมืองร่วมกัน

    อิหร่านไม่ได้เข้ามาในฐานะผู้พิชิต แต่เข้ามาในฐานะมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ใช้เวลาตลอดชั่วอายุคนสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่สามารถต้านทานแสนยานุภาพทางอากาศของสหรัฐฯ ตลอดจนอำนาจเงินจากกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับได้

    เจ้าหน้าที่ IRGC ซึ่งทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่กลุ่มฮูตีในพื้นที่มานาน คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ไหลเวียนอยู่ในแนวร่วมใหม่นี้... ทำให้เกิดปฏิบัติการครั้งใหญ่อย่างที่คุณกำลังเห็นอยู่นี้ นี่ไม่ใช่การตัดสินใจแบบด้นสด (หรือหลังชนฝา)

    แต่เป็นการถ่ายทอดแนวทางให้แก่ผู้คนที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ยอมเป็นปราการด่านหน้าทางตอนใต้เพื่อปกป้องราชสำนักแห่งนัจด์ (Najd) อีกต่อไป

    กลุ่มฮูตีไม่ใช่แค่ตัวประกอบในฉาก แต่พวกเขาคือค้อนปอนด์ขนาดใหญ่ไล่ทุบทำลายศัตรู พวกเขาสามารถใช้ทะเลแดงเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมืองได้ในที่สุด

    ก่อเกิดกลุ่มพันธมิตรที่รวมตัวกันขึ้นจากความเคลื่อนไหวของพวกเขา.. ฮูตี ถือเป็นการผนึกกำลังกันอย่างแท้จริงครั้งแรกในรอบศตวรรษบนคาบสมุทรแห่งนี้ โดยเป็นการรวมกันระหว่างกองกำลังเยเมน ยุทธศาสตร์ของอิหร่าน และ #กลุ่มชนเผ่าอาหรับที่ต้องการสิทธิ.. ในการมีตัวแทนตามประวัติศาสตร์และเขตปกครองตนเอง รวมถึงส่วนแบ่งรายได้จากน้ำมันและก๊าซในสัดส่วนที่แน่นอน.. #ภายใต้รูปแบบรัฐสหพันธ์

    นี่คือข้อตกลงสำคัญ และเป็นเหตุผลว่า #ทำไมเครือข่ายทหารรับจ้างที่เคยรับเงินจากซาอุดีอาระเบียจึงหันมาเปลี่ยนข้าง เพราะเงินที่ปราศจากศักดิ์ศรีนั้นเป็นเพียงสัญญาจ้างชั่วคราว แต่ #ศักดิ์ศรีที่มาพร้อมกับคลังสมบัติคือการก่อกำเนิดของรัฐ

    ทหารรับจ้างแปรพักตร์: การร่วมมือกับราชบัลลังก์ที่ไม่มีความชอบธรรมใดๆ นอกเหนือจากอาวุธของอเมริกาและมัสยิดศักดิ์สิทธิ์สองแห่งที่พวกเขามองว่าเป็นทรัพย์สิน

    สาธารณรัฐแบบสหพันธรัฐ... ไม่ใช่สิ่งที่นำเข้าจากตะวันตก มันเป็นรูปแบบเดียวที่เหมาะสมกับคาบสมุทรแห่งนี้อย่างแท้จริง

    กองทัพฮูตีจะยึดเอเดนและดินแดนโดยรอบ จากนั้นจะรุกคืบขึ้นเหนือไปยังทางใต้ของซาอุดีอาระเบีย การรุกคืบนั้นไม่ใช่การรุกรานประเทศต่างชาติ มันคือการแก้ไขพรมแดนที่ร่างขึ้นเพื่อปกป้องครอบครัวของกษัตริย์.. ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน

    รอบๆ แหล่งน้ำมันหลัก และพื้นที่ใกล้เคียงของคูเวตและบาห์เรน แหล่งน้ำมันเหล่านั้นไม่เคยเป็นสมบัติส่วนตัว ทุกแห่งเป็นมรดกร่วมกันของชนส่วนใหญ่ที่ถูกกดขี่ในอ่าวเปอร์เซีย และมันจะไม่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะของวังต่างๆ ที่เช่าความปลอดภัยจากวอชิงตันอีกต่อไป

    บทบาทของอิหร่านไม่ใช่การสร้างทฤษฎีสมคบคิด แต่มันคือหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ สาธารณรัฐอิสลามเป็นรัฐเดียวในภูมิภาคที่ 'ปฏิเสธ' ที่จะยอมรับว่าอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงมีอยู่เพื่อหล่อเลี้ยงกองเรือตะวันตกและผู้สืบทอดอำนาจของซาอุดีอาระเบีย

    ชนเผ่าต่างๆ การเป็นตัวแทนทางประวัติศาสตร์ เขตอธิปไตย ส่วนแบ่งคงที่ของทรัพยากรไฮโดรคาร์บอน นั่นไม่ใช่ข้อเรียกร้องแบบสุดโต่ง แต่มันคือสิ่งที่น้อยที่สุดซึ่งรัฐสาธารณรัฐแบบสหพันธรัฐพึงมอบให้แก่ประชาชน ผู้ซึ่งอาศัยอยู่บนผืนดินที่อุดมด้วยน้ำมันและต้องหลั่งเลือดในสนามรบตามแนวชายแดน

    ซาอุดีอาระเบียในแบบที่เราเคยถูกสอนให้รู้จักนั้น เป็นภาพลักษณ์ที่กำลังเลือนหายไป สิ่งที่จะเข้ามาแทนที่ย่อมมีความดิบเถื่อนกว่า ยึดโยงกับท้องถิ่นมากกว่า และท้ายที่สุดคือมีความตรงไปตรงมาว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของผืนดินแห่งนี้

    ..

    วิกฤติพลังงาน ตอกฝาโรงวิกฤติตลาดพันธบัตร

    สหรัฐฯ กำลังพิจารณาระงับการส่งออกดีเซล การห้ามส่งออกของสหรัฐฯ จะทำให้ราคาดีเซลในตลาดโลกสูงขึ้นไปอีก และจะบังคับให้ประเทศต่างๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน สหภาพยุโรป เอเชีย และผู้ถือครองรายใหญ่จากต่างประเทศรายอื่นๆ กำลังลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งทะลุระดับ 5%

    กล่าวอีกนัยหนึ่ง การห้ามส่งออกดีเซลจะทำให้ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ล่มสลาย .. ไม่มีทางออกง่ายๆ อีกต่อไป

    วิกฤตตลาดพันธบัตร รัฐบาลจะขายพันธบัตรของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เพื่อจ่ายค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นโดยตรง หรือผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศกำลังไหลออกจากตลาดตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเผชิญปัญหาการขาดดุลงบประมาณในระดับมหาศาล

    นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหาในตลาดพันธบัตร

    ตลาดโลกกำลังเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นสำหรับการให้สหรัฐฯ กู้ยืมเงิน

    ยุโรปถึงคราวหายนะ และตลาดเศรษฐกิจเดียวที่จะเหลืออยู่ก็คือ เศรษฐกิจสงคราม... ว่าแต่สหรัฐอเมริกาจะไหวมั้ย

    @highlight

    https://www.facebook.com/share/p/1C27EdDKb1/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ ไม่ใช่แค่การฝึก! รัสเซียขนขีปนาวุธ "Kh-101" ติด Tu-95MS บินเฉียดน่านฟ้าสแกนดิเนเวีย
    ภารกิจบิน 5 ชั่วโมง เหนือทะเลบาเรนตส์และทะเลนอร์เวย์ของเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ Tu-95MS พร้อม Su-33 คุ้มกันในครั้งนี้ สร้างความตื่นตัวให้กับกองกำลัง NATO เป็นอย่างมาก
    ความแตกต่างสำคัญจากเที่ยวบินลาดตระเวนปกติคือตัวเครื่องมีการติดตั้งขีปนาวุธร่อน Kh-101 พร้อมปฏิบัติการ ทำให้ NATO ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นบินคุมเชิงและประกบติดตามทันที สะท้อนถึงสัญญาณการเผชิญหน้าที่ตึงเครียดขึ้นในแถบอาร์กติกและสแกนดิเนเวีย
    #ข่าวสงคราม #ความมั่นคงโลก #การทหาร #Tu95 #Kh101 #นาโต้ #รัสเซีย #การเมืองระหว่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/v/1BsqrKPg63/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อซาอุฯใช้เครื่องบินรบถล่มสนามบินเยเมนและสังหารประชาชนก่อน กลุ่มวะบีกลับเงียบ พอฮูตีเอาคืนรีบปล่อยวาทกรรมว่าชีอะฮ์ยึดมักกะฮ์

    https://www.facebook.com/share/1BpCuH11rP/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! ราคาน้ำมันพุ่งต่อ
    Brent เฉียดแตะ $110

    หลังท่อส่งน้ำมันซาอุถูกโจมตี
    จนต้องระงับการโหลดน้ำมันที่ท่า “Yanbu”

    https://www.facebook.com/share/p/19NFSZSFeT/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันดิบโลก 15 ก.ย.ขึ้นเหนือ 108 ดอลล์ สูงสุดในเกือบ 4 เดือน ซาอุฯ ปิดศูนย์ส่งออกน้ำมันดิบในทะเลแดง เลิกส่งน้ำมันดิบไปยุโรป ประท้วงรุนแรงในลิเบียสั่งหยุดขุดเจาะน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันไทยนิ่งมา 2 วัน ดีเซลไทยแพงสุดใน 3 เดือน BTimes

    https://www.facebook.com/share/1HAnvpm8jx/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ..เพนตากอน คอนเฟิร์ม สหรัฐสูญเสียหนัก ศึกอิหร่านสะเทือนดุลอำนาจ..??

    ติ่งอิหร่านอ่านคงเชียร์สนั่น แต่ในความเป็นจริงคือที่ Inspector General ของกลาโหมสหรัฐเผยแพร่เมือ 14 กันยายนที่ผ่านมา แค่เป็นการสรุปเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ตอนช่วง 28กพ ถึง 30 มิย แค่ใช้เร็วกว่าปกติ ไม่ได้มีประโยคใดๆที่ว่า"สูญเสียหนัก" จริงๆเป็นเรื่องปกติที่ระหว่าง สงครามเย็นการผลิตอาวุธก็ต้องอยู่ระดับสภาวะปกติ ช่วงเดือนแรกของปฏิบัติการนั่นต้องส่งระดับตัวใหญ่ของ IRGC ไปสวรรค์กันหลายคน ก็ใช้เยอะเป็นธรรมดา

    ...ศึกอิหร่านสะเทือนดุลอำนาจสหรัฐ..? NO.! สหรัฐมีงบกลาโหม 1ล้านล้านเหรียญต่อปี และปี 2027จะมีนโยบายเพิ่มเป็น 1.5 ล้าน-ล้านเหรียญ อยู่ว่างๆไม่มีไรทำก็ส่งกองเรือไปซ้อมรบกับพันธมิตร

    ...ช่องสื่อติ่งอิหร่านน่าจะนำเสนอข่าวอีกด้านบ้างว่าตอนนี้ประชาชนอิหร่านไกล้จะอดตายแล้ว ลองไปเช็คค่าเงินเรียลอิหร่านซิว่าอยู่ที่เท่าไหร่ แต่กองกำลัง IRGC ก็ยังขยันปล่อยเฟคนิวส์ให้ติ่งอิหร่านภูมิใจ

    Source : กรุงเทพธุระกิจ

    https://www.facebook.com/share/p/18Nako71TF/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ตี 1 ครึ่ง" คืนนี้ !
    จับตาผลประชุม FED ให้ดี

    ตลาดให้โอกาสทะุล 90% แล้ว
    ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้

    https://www.facebook.com/share/1G8pjh6PSq/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    BREAKING: สหรัฐฯ ประกาศจำกัดวีซ่าสำหรับชาวแอฟริกาใต้

    รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศมาตรการจำกัดการออกวีซ่าสำหรับชาวแอฟริกาใต้ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ผู้นำแอฟริกาใต้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับนโยบายด้านความยุติธรรมทางเชื้อชาติในยุคหลังการแบ่งแยกสีผิว

    มาตรการดังกล่าวเพิ่มความตึงเครียดด้านความสัมพันธ์ระหว่าง สหรัฐฯ และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นนโยบายและสิทธิมนุษยชน

    16 กันยายน 2569

    #สหรัฐฯ #แอฟริกาใต้ #ทรัมป์ #วีซ่า #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/1Bo3jQ3eQ1/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนี้ 40 ล้านล้านดอลลาร์ จ่ายดอกเบี้ย 24,000 ล้านต่อสัปดาห์ แต่ตลาด 83% ว่าเฟดต้องขึ้นอีก

    24,000 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ นั่นคือดอกเบี้ยหนี้ที่สหรัฐอเมริกาจ่ายออกไปทุกสัปดาห์โดยไม่หยุด ไม่ใช่เงินต้น ไม่ใช่งบสร้างถนน ไม่ใช่เงินสวัสดิการ แต่คือดอกเบี้ยล้วนๆ จากหนี้สาธารณะที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้วในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

    สิ่งที่ย้อนแย้งกว่านั้นคือ ในขณะที่ดอกเบี้ยหนี้กำลังกินงบประมาณอยู่ทุกนาที ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเดิมพัน 83% ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกา จะประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมรอบนี้ และถ้าขึ้นจริง ต้นทุนที่แพงอยู่แล้วก็จะแพงขึ้นไปอีก

    ต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันก่อน ดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอยู่ที่กรอบ 3.50% ถึง 3.75% และเฟดถือค้างไว้อย่างนั้นมาแล้ว 5 ครั้งติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2568 โดยไม่ขึ้นไม่ลด ดูเหมือนว่าเฟดกำลังรอให้เงินเฟ้อสลายตัวลงเองโดยไม่ต้องแตะดอกเบี้ย แต่มันไม่ได้เป็นไปอย่างนั้น

    เงินเฟ้อที่วัดโดย CPI หรือดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งคือตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน ยังยืนที่ 3.4% ต่อปีในเดือนสิงหาคม ถ้าตัดอาหารและพลังงานออก ตัวเลขแกนกลางที่เรียกว่า Core CPI ก็ยังอยู่ที่ 2.4% ส่วน PCE หรือดัชนีการใช้จ่ายภาคเอกชนที่เฟดนิยมใช้วัดมากที่สุดก็ยังเกิน 3% ทั้งหมดนี้สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างชัดเจน และเป็นตัวเลขที่ไม่ยอมลงมาตามที่หวัง

    ส่วนหนึ่งของแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น กดต้นทุนการผลิตและขนส่งทั่วระบบ ทำให้เงินเฟ้อเหนียวแน่นกว่าที่เฟดต้องการ และในการประชุมเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา กรรมการในบอร์ดเฟดถึง 3 คนโหวตขอขึ้นดอกเบี้ยทันที ทั้งที่เสียงส่วนใหญ่ยังโหวตให้คงไว้ สัญญาณนี้ชัดว่าคนในเฟดเองเริ่มทนไม่ไหวกับเงินเฟ้อที่ไม่ยอมลงมาถึงเป้า นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ตลาดเดิมพัน 83% ในรอบนี้

    ทีนี้มาถึงเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวเลขดอกเบี้ย นั่นคือสถานะหนี้ที่กำลังเข้าสู่ระดับน่าเป็นห่วง

    หนี้สาธารณะสหรัฐทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ในปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลสหรัฐใช้เงินเกินรายได้ไปแล้ว 2 ล้านล้านดอลลาร์ในแค่ 11 เดือน และคาดว่าทั้งปีจะขาดดุลรวมถึง 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อปิดช่องว่างนั้น กระทรวงการคลังสหรัฐต้องกู้เงินใหม่เข้ามาตลอดเวลา โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 155,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน หรือกว่า 39,000 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เดือนแล้วเดือนเล่าไม่หยุด

    แต่ที่น่าตกใจกว่าตัวเลขการกู้คือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทุกสัปดาห์ ในจำนวนเงินที่ออกไปนั้น มีส่วนที่เป็นดอกเบี้ยหนี้เก่าล้วนๆ สูงถึง 24,000 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ คิดเป็นรายปีก็เท่ากับ 1 ล้านล้านดอลลาร์พอดี ซึ่งตรงกับที่สำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐหรือ CBO คาดการณ์ไว้สำหรับปีงบประมาณ 2569

    ผลตอบแทนพันธบัตร คือตัวเลขที่บอกว่านักลงทุนได้รับเงินคืนกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีจากการให้รัฐบาลกู้ ตัวเลขนี้ตอนนี้สำคัญกว่าที่คิดมาก เพราะพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งคือตราสารหนี้ที่รัฐบาลออกมาระดมเงินจากนักลงทุนทั่วโลก มีวันหมดอายุ เช่น 2 ปี 5 ปี 10 ปี หรือ 30 ปี เมื่อหมดอายุ รัฐบาลต้องออกพันธบัตรชุดใหม่มากู้เงินก้อนใหม่เพื่อคืนก้อนเก่า ถ้าดอกเบี้ยตอนออกพันธบัตรใหม่สูงกว่าของเดิม รัฐบาลก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น

    นั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดอยู่ตอนนี้ พันธบัตรที่ออกในช่วงปี 2563 ถึง 2565 ซึ่งเป็นยุคที่ดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์ กำลังทยอยหมดอายุและต้องออกใหม่ในดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยรวมของสหรัฐขยับสูงขึ้นทุกปีแม้ไม่ได้กู้เพิ่มก็ตาม และถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% หรือ 25 basis points ซึ่ง 1 basis point คือ 0.01% ในรอบนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรชุดใหม่ที่รัฐบาลต้องออกมาอีก 155,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนก็จะสูงตามไปด้วย

    ตัวเลข 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีนั้นคิดเป็น 14% ของงบรายจ่ายทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐ และที่สำคัญกว่าคือเท่ากับ 19% ของรายได้ภาษีทั้งหมดที่เก็บได้ในปีนี้ พูดให้เห็นภาพง่ายๆ คือทุก 100 บาทที่คนอเมริกันจ่ายภาษีให้รัฐบาล เกือบ 20 บาทวิ่งตรงไปเป็นดอกเบี้ยหนี้ล้วนๆ โดยไม่ได้สร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสวัสดิการอะไรให้ใครเลยสักนิด

    เปรียบให้เห็นภาพง่ายขึ้น เหมือนครอบครัวที่รายได้เดือนละหนึ่งแสนบาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยหนี้รวมทุกชนิดเดือนละ 19,000 บาท ยังพออยู่ได้ แต่ถ้าดอกเบี้ยขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จาก 19,000 กลายเป็น 25,000 บาท 30,000 บาท หรือครึ่งหนึ่งของรายได้ ก็จะไม่มีเงินเหลือให้ใช้ชีวิตตามปกติ และตัวเลขนี้กำลังเดินหน้าขึ้นทุกปีโดยไม่มีท่าทีจะหยุด

    สถานการณ์นี้คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่ากับดักหนี้ ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อก็ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยหนี้ก้อนใหม่แพงขึ้น ไม่ขึ้นก็ทำให้เงินเฟ้อยังค้างสูงและความน่าเชื่อถือของเฟดเริ่มถูกตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มีต้นทุนที่ต้องจ่ายเสมอ ไม่มีทางออกที่ไม่เจ็บปวด

    ยังมีแรงกดดันทางการเมืองที่ซ้ำเติมสมการนี้ด้วย ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อนายเควิน เวิร์ช ประธานเฟด หลายครั้งแล้วเรื่องทิศทางดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องการให้ลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระต้นทุนหนี้ แต่เฟดกลับกำลังพิจารณาขึ้น ความขัดแย้งระหว่างทำเนียบขาวและธนาคารกลางทำให้ตลาดตั้งคำถามว่าเฟดจะยืนหยัดความเป็นอิสระได้นานแค่ไหน และถ้าในอนาคตเฟดถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยทั้งที่เงินเฟ้อยังสูง ความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินดอลลาร์ก็จะสั่นคลอนตามไปด้วย

    ฝั่งที่อยากขึ้นดอกเบี้ยในบอร์ดเฟดบอกว่า CPI ที่ 3.4% สูงกว่าเป้า 2% อยู่มาก ถ้าถือนิ่งต่อไปโดยไม่ส่งสัญญาณชัดเจน ตลาดอาจตีความว่าเฟดยอมรับเงินเฟ้อระดับนี้แล้ว ซึ่งจะทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อในระยะยาวปรับสูงขึ้น และยิ่งควบคุมยากกว่าเดิม เหมือนไฟที่ทิ้งไว้ตอนยังเล็กยังดับง่าย แต่ถ้าปล่อยให้ลุกลามก็จะดับยากขึ้นทุกที

    ฝั่งที่ไม่อยากขึ้นก็มีเหตุผลน่าฟัง ข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมและยอดขายปลีกออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ถ้าขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแรงอยู่แล้ว อาจซ้ำเติมจนนำไปสู่ภาวะถดถอย ซึ่งก็จะทำให้รายได้ภาษีลดลงและการขาดดุลงบประมาณยิ่งสูงขึ้น วนเป็นวงจรที่แก้ยากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่าการขึ้นดอกเบี้ยยังหมายถึงต้นทุนดอกเบี้ยหนี้ที่แพงอยู่แล้วก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีก

    สิ่งที่ต้องไม่มองข้ามคือสถานการณ์นี้ไม่ได้แย่เพราะการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใดครั้งหนึ่ง แต่เพราะโครงสร้างหนี้ที่สะสมมานานหลายทศวรรษกำลังชนกับสภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงที่ไม่มีใครวางแผนรับมือไว้ตั้งแต่ต้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าการโทษคนหนึ่งคนใดหรือการประชุมครั้งใดครั้งหนึ่ง พันธบัตรที่ออกในยุคดอกเบี้ยต่ำกำลังทยอยหมดอายุอยู่ทุกปี และทุกครั้งที่ต้องออกใหม่ในดอกเบี้ยที่สูงกว่า ตัวเลข 19% ของรายได้ภาษีที่กินไปเป็นดอกเบี้ยก็จะยิ่งขยับขึ้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหยุดที่ชัดเจน

    ในระดับโลก เมื่อสหรัฐต้องออกพันธบัตรกู้เงินมากขึ้นและต้องให้ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มันก็ดูดเงินลงทุนออกจากประเทศอื่นทั่วโลก เหมือนช้างตัวใหญ่ก้าวลงสระน้ำ น้ำในสระก็ลดลงเอง ปลาเล็กปลาน้อยก็ยิ่งลำบาก

    สำหรับไทย พันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีตอนนี้ให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 2.30% ต่อปี ในขณะที่สหรัฐกำลังจะขึ้นไปอยู่ที่กรอบ 3.75% ถึง 4.00% ช่องว่างเกือบ 300 basis points หรือ 3% นั้นสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติที่ถือพันธบัตรไทยพิจารณาย้ายเงินไปสหรัฐ เมื่อขายพันธบัตรไทยซื้อดอลลาร์ ค่าเงินบาทก็อ่อนลงตามกลไกอุปสงค์อุปทาน

    ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1% ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐที่กว้างออกไปยังกดดันต้นทุนของธนาคารพาณิชย์ไทยที่กู้เงินดอลลาร์จากตลาดต่างประเทศด้วย ต้นทุนส่วนนี้ย่อมส่งผ่านออกมาในรูปดอกเบี้ยสินเชื่อหรือเงื่อนไขการปล่อยกู้ที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งกระทบผู้กู้ซื้อบ้านและนักธุรกิจในที่สุด บาทที่อ่อนลงยังทำให้น้ำมันและสินค้านำเข้าทุกอย่างแพงขึ้น เพราะไทยต้องซื้อสิ่งเหล่านี้ด้วยดอลลาร์ที่ราคาสูงขึ้น มันคือเงินเฟ้อในบ้านเราที่ต้นตออยู่ที่วอชิงตัน

    สิ่งที่ต้องจับตาหลังการประชุมเฟดรอบนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข 0.25% แต่คือถ้อยคำของนายเควิน เวิร์ช ประธานเฟด ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อการประชุมครั้งถัดไป ถ้าขึ้น 0.25% แล้วส่งสัญญาณว่าหยุดแค่นี้ ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอาจทรงตัวหรือปรับลงได้บ้าง และแรงกดดันต่อค่าเงินบาทจะเบาลง แต่ถ้าส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นอีกในรอบถัดไป ผลตอบแทนพันธบัตรจะพุ่งขึ้น ต้นทุนดอกเบี้ยหนี้ชุดใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐต้องออกมาอีก 155,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนก็จะแพงขึ้นตามไปอีกรอบ และตัวเลข 19% ของรายได้ภาษีที่กินไปเป็นดอกเบี้ยก็จะค่อยๆ กลายเป็น 21% 22% หรือมากกว่านั้นในปีต่อๆ ไป วงจรนี้หยุดได้เมื่อเงินเฟ้อลงมาถึงเป้า 2% เท่านั้น แต่ตราบใดที่ทั้ง CPI ยัง 3.4% และ Core CPI ยัง 2.4% ยังไม่มีสัญญาณว่าวันนั้นกำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้

    #เฟด #หนี้สหรัฐ #ดอกเบี้ยนโยบาย #ผลตอบแทนพันธบัตร #เงินเฟ้อ #ค่าเงินบาท #การเงินโลก
    https://www.facebook.com/share/1HZ93t9h4a/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เงินเฟ้อสหรัฐฯ ในแต่ละยุค

    Joe Biden — 21.2%
    George H.W. Bush — 17.9%
    Bill Clinton 1 — 11.8%
    George W. Bush 2 — 10.2%
    George W. Bush 1 — 9.79%
    Bill Clinton 2 — 9.74%
    Barack Obama 1 — 9.38%
    Donald Trump 1 — 8.0%
    Barack Obama 2 — 4.9%
    Donald Trump 2 — 4.7%

    ที่มา: U.S. Bureau of Labor Statistics (BLS)

    https://www.facebook.com/share/1ExSDjBTZD/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เช้านี้เหมือนเดิม ตื่นขึ้นมาเช็คราคาน้ำมัน ตี 5 พุ่งสูงขึ้นไปแตะ 105 USD (WTI) ทำ new high ในรอบ 5 เดือน (ก็คือย้อนกลับไปช่วง ฮอร์มุซแรกๆเลย ที่ชาวไทยไปมุงหน้าปั๊มน้ำมันกันตอนนั้นนั่นแล่ะ) แต่เช้านี้ถอยกลับลงมาหลุดแนวต้าน (แดงเรียบร้อย) ถ้าสาเหตุหลักๆ ที่เป็นตัว Trigger กระตุ้นให้พุ่งขึ้นรอบนี้คือ "ซาอุปิดท่อขนส่งน้ำมันทางบก" เนื่องจากโดนโดรนอิหร่านโจมตีไม่หยุด (ช่วงวันที่ 11-12 กย. ที่ผ่านมา)

    ส่วน Index เมื่อคืน ดาวโจนส์ยังคงร่วงต่อเนื่อง -328 จุด NASDAQ ยังคงร่วงต่อเนื่องที่ -204 จุด ถ้าความกังวลหลักๆก็คือ น้ำมัน (กลัวเงินเฟ้อ) + FED (ขึ้นดอก) + กลุ่มบริษัท AI เริ่มโดนต่อต้าน ส่วนตลาดเอเชียเช้านี้ NIKEI แดงเบาๆ ส่วน KOSPI ลบเบาๆ

    Event บ้านเราเมื่อวานถ้าเป็น SET ยังคงเป็น distribution ร่วง"แดง"ต่อเนื่องลงมายังไม่ครบ Loop (Loop คือ แถว ema89 1575) ถ้าเป็น Actual Volume คือ DELTA พาถ่วงจากสาเหตุ หุ้นแม่ DEL ไต้หวัน ขายให้แปลงมาเป็น DELTA ไทย และผลตอบแทu สูงกว่ากระดาน

    ส่วน Event การเมืองเศรษฐกิจบ้านเราก็ พุ่งไปที่ ครม.3 เรื่อง ประชุม ครม. รัฐบาลนี้เบรก 3 ปีแผนสร้าง ก.คมนาคม แห่งใหม่-ชงขออนุมัติกรอบเงิน 1.5 หมื่นล้าน แจก 3 ประกันภัยธรรมชาติ 1 ปี – ก.เกษตร ขอกู้ 9.5 หมื่นล้าน มีประชุม Gastech ศุภจี ส่งเสริมผลไม้อบแห้ง (หุ้นผลไม้อบแห้งพุ่งซิลลิ่ง)

    และยังมีอื่นๆอีกมากมาย อ่าน Cover Set ฉบับเต็มได้ที่ห้องนักเรียน EX + ห้อง SUB ตะไคร้ ก่อน 08.30 - 08.45 น.

    https://www.facebook.com/share/18xJ4mksqd/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    @... "สินทรัพย์ของธนาคารกลางทั่วโลกคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP"

    ***... ธนาคารกลางไทยเราคิดเป็น 55.3% ของ GDP

    ... "สินทรัพย์ของธนาคารกลางคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ GDP"

    (Central Bank Assets as a % of GDP) คือ อัตราส่วนที่ใช้สะท้อนถึง ขนาดและการเข้ามามีบทบาทของธนาคารกลางในการพยุงหรือแทรกแซงระบบเศรษฐกิจ เมื่อเทียบกับขนาดของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศนั้น ๆ

    1)... ส่วนประกอบของอัตราส่วนนี้สินทรัพย์ของธนาคารกลาง (Central Bank Assets):

    หมายถึง สิ่งที่ธนาคารกลางถือครองอยู่ เช่น เงินสำรองระหว่างประเทศ (ทองคำ/เงินตราต่างประเทศ), พันธบัตรรัฐบาล, และสินทรัพย์ที่ได้มาจากการอัดฉีดสภาพคล่อง (เช่น การทำ QE หรือ Quantitative Easing)

    GDP =(Gross Domestic Product): มูลค่ารวมของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมดที่ผลิตขึ้นภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่ง (เป็นตัวบอกขนาดของเศรษฐกิจ)

    ***... เมื่อนำ [ สินทรัพย์ทั้งหมดของธนาคารกลาง ÷ GDP ของประเทศ ] × 100 จะได้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญในมหภาค

    2)... ตัวเลขนี้บอกอะไรเราได้บ้าง?ความหนาแน่นของการแทรกแซงเศรษฐกิจ (Monetary Intervention):

    หากเปอร์เซ็นต์สูง (เช่น 50% - 100% ขึ้นไป): แสดงว่าธนาคารกลางเข้ามามีบทบาทในระบบเศรษฐกิจสูงมาก มักเกิดจากการใช้มาตรการพิเศษอย่างการพิมพ์เงินเข้าไปซื้อสินทรัพย์ (QE) เพื่อปั๊มเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต

    เช่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) หรือธนาคารกลางยุโรป (ECB)

    ***... หากเปอร์เซ็นต์ต่ำ (เช่น 10% - 30%): แสดงว่าธนาคารกลางปล่อยให้กลไกตลาดทำงานเป็นหลัก และใช้นโยบายการเงินแบบดั้งเดิม (เช่น การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย)

    โดยไม่ได้พิมพ์เงินออกมาซื้อสินทรัพย์ในปริมาณมหาศาลระดับ

    ... ความเสี่ยงและภาระผูกพัน: อัตราส่วนที่สูงเกินไปอาจหมายความว่าธนาคารกลางกำลังแบกรับความเสี่ยงของสินทรัพย์ในตลาดไว้ที่งบดุลของตัวเอง ซึ่งหากสินทรัพย์เหล่านั้นเสื่อมมูลค่าลง ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในค่าเงินได้

    . FB_IMG_1789519447747.jpg

    https://www.facebook.com/share/14ngipp3W3x/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดดีเซลโลกอาจเจอแรงกระแทกครั้งใหม่ เมื่อสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก เริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการ “ห้ามส่งออกดีเซล” ขณะที่รัสเซีย ผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ปิดก๊อกส่งออกไปก่อนแล้ว
    FB_IMG_1789522924306.jpg
    จอห์น ทูน (John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายนว่า เขา “เปิดกว้างที่จะพิจารณา” ข้อเสนอห้ามส่งออกดีเซล เพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงภายในประเทศและบรรเทาราคาที่กำลังพุ่งสูง โดยราคาดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐฯ ขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 6.27 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จากเพียง 3.69 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อหนึ่งปีก่อน ขณะที่สต็อกเชื้อเพลิงกลุ่ม Distillate ของสหรัฐฯ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 13%

    เรื่องนี้สำคัญต่อตลาดโลก เพราะ สหรัฐฯ คือผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนรัสเซียอยู่อันดับ 2 และรัสเซียได้สั่งห้ามส่งออกดีเซลมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังโรงกลั่นจำนวนมากได้รับความเสียหายจากการโจมตีของยูเครน ซึ่งก่อนหน้านี้รัสเซียส่งออกดีเซลมากกว่า 800,000 บาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 12% ของการค้าดีเซลทางทะเลทั่วโลก

    ผลกระทบได้เริ่มเกิดขึ้นไประดับหนึ่งแล้ว หลังดีเซลจากรัสเซียหายไปจากตลาด ผู้ซื้อทั่วโลกจึงต้องวิ่งหาแหล่งใหม่ และสหรัฐฯ กลายเป็นผู้แบกรับภาระสำคัญในการอุดช่องว่าง จนการส่งออกดีเซลของสหรัฐฯ พุ่งทำสถิติ 54.2 ล้านบาร์เรล แต่ยิ่งตลาดโลกขาดแคลน ราคาดีเซลโลกก็ยิ่งสูง และดึงราคาภายในสหรัฐฯ ขึ้นตามไปด้วย เพราะโรงกลั่นและผู้ค้าสหรัฐฯ สามารถเลือกขายให้ตลาดต่างประเทศที่ให้ราคาสูงได้ ดังนั้น แม้สหรัฐฯ จะเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาภายในประเทศจะสามารถแยกออกจากราคาตลาดโลกได้

    แม้ยังเป็นเพียงแค่แนวคิด “ห้ามส่งออกดีเซล” แต่การถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงในขณะนี้ สะท้อนให้เห็นว่า วิกฤติดีเซลโลกกำลังตึงตัวถึงระดับที่แม้แต่ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก ยังเริ่มกังวลว่าจะมีเชื้อเพลิงเหลือเพียงพอสำหรับตลาดภายในประเทศหรือไม่

    https://www.facebook.com/share/p/1CBtYK4pTM/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิหร่านส่งรัฐมนตรีต่างประเทศเยือนจีน ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อ

    อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางไปจีนเพื่อพบหารือกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ในวันที่ 16 กันยายน ขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อคลี่คลายสงครามในตะวันออกกลางยังติดขัด

    การพบหารือเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดระหว่าง สี จิ้นผิง และโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยสถานการณ์สงครามอิหร่านและการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซคาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการหารือ

    16 กันยายน 2569

    #อิหร่าน #จีน #อับบาสอารักชี #หวังอี้ #สงครามอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ

    https://www.facebook.com/share/p/1BsA4U8HKa/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นี่เป็นภาพที่น่ากลัวมากนะครับ
    ขณะนี้ ราคาน้ำมัน กับ พันธบัตรอเมริกา "ไปด้วยกัน" แรงมากๆ‼️⚠️‼️
    ไม่อยากให้มองแง่เทรด แต่มองในแง่ธุรกิจและประเทศชาติ จะ "อยู่รอด" ยังไง!
    (*สหสัมพันธ์ correlation ของราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ICE Brent กับ yield พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอายุสิบปีอันนับเป็น benchmark โลก เวลานี้สูงถึง 0.961 --- แปลง่ายๆ คือทิศทางและน้ำหนักแทบจะควบเคียงไปด้วยกันพอดีเป๊ะ เกือบ 1 ; แล้วตอนนี้มันเป็นทาง "ขาสูง" น่ะสิ!!!!!)

    สั้นๆ แบบสั้นมากๆ
    ผลกระทบ
    ธุรกิจ : เชื้อเพลิงแพงขึ้น ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น (ออกหุ้นกู้ใหม่ ก็ต้องให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น)

    ประเทศชาติ : ถ้าเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ก็จะ "ขาดดุล" (การค้า)หนักขึ้น และรัฐบาล ถ้า "อุดหนุน" subsidy ก็จะยิ่ง "ขาดดุล" (งบประมาณ)บานขึ้น และต้นทุนการกู้ยืมก็สูงขึ้น (ออกพันธบัตรใหม่ ก็ต้องให้ดอกเบี้ยสูงขึ้น) ซึ่งรายจ่ายในส่วนของดอกเบี้ยเดี๋ยวนี้ยิ่งวันก็ยิ่งทับถมอยู่แล้ว

    (*คำดอกเบี้ยในที่นี้ คือดอกเบี้ยหน้าตั๋ว หรือ coupon ซึ่งมันก็ต้องสอดคล้องกับ yield ที่เทรดในตลาด หรือเรียกได้ว่าอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริง)

    และแน่ล่ะ อะไรใดๆ มันคือ "ภาระเงินเฟ้อ" ที่ตกมาถึงประชาชน

    ซึ่งพอประชาชนฝืดเคือง มันก็จะส่งผลย้อนไปบั่นทอนธุรกิจและประเทศชาติอีกที (ก็ demand หดน่ะ การจับจ่ายใช้สอยย่อมหนืดๆ ซึ่งก็จะกระเทือนภาคธุรกิจ และก็ไม่มีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับมหภาค)

    คิดง่ายๆ น้ำมันแพงก็ลำบากลำบนแล้ว เจอดอกโหดอีก ก็บรรลัยล่ะ

    ถ้ายังหนักงี้ไปเรื่อยๆ : ราคาน้ำมัน กับ พันธบัตรอเมริกา "สูงไปด้วยกัน" เรื่อยๆ
    แบบนี้ "สภาพคล่อง" มีปัญหาเอาได้ สายป่านต้องยาวพอ สำหรับธุรกิจ
    ส่วนสำหรับประเทศ ก็ต้องทุนสำรองระหว่างประเทศ reserve แน่นพอ
    ไม่งั้นหมุนไม่ทัน ก็ช็อตได้
    หรือหมุนฉิว แต่ reserve ร่อยหรอมากๆ ก็กระแทกเสถียรภาพ ถีบค่าเงินอีก

    ส่วนสำหรับประชาชนอย่างเราๆ ก็ตัวใครตัวมันล่ะจ้าาา

    ย้ำว่าน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งนะครับภาพนี้
    ทางที่ดี คือภาวนาให้มันลงไปด้วยกันเร็วๆ
    หรืออย่างน้อย ก็ขึ้นแค่อย่างเดียวพอ (ให้สหสัมพันธ์นี้แตกออก)
    ไม่งั้นจะกระอักเลือดหรือกำเดาไหลเอาได้

    https://www.facebook.com/share/p/1EsbfU18p1/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เห็นอะไรไหมครับ
    FB_IMG_1789537865639.jpg
    ถ้าคุณเห็น มันก็เห็น ถ้าไม่ ก็ไม่มีอะไร
    สื่อใหญ่อย่าง Bloomberg กางแผ่ออกมาครับ พาดหัวตัวโตว่าเศรษฐกิจบิ๊กอาเซียนมันจะ DIVERGENCE ฉีกกว้างถ่างแยกมากขึ้น
    เวียดนามจะโตปรู๊ดปร๊าดทรงพลัง
    หลายต่อหลายชาติก็โตแกร่ง
    ส่วนนอกนั้น ก็แล้วแต่
    ... ซึ่งผมขอไม่ลงรายละเอียดครับ

    https://www.facebook.com/share/1EEXALmxD7/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! จับตาคำแถลงอันซอรอัลลอฮ์ หลังสะพัดข่าว F-15 ซาอุฯ ถูกยิงตกเหนือมาริบ

    มีรายงานเบื้องต้นจากแหล่งข่าวที่เชื่อมโยงกับ อันซอรอัลลอฮ์ (ฮูตี) อ้างว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของเยเมนอาจยิง เครื่องบินขับไล่ F-15 ของกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย ตกเหนือจังหวัด มาริบ (Marib) ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศอย่างหนักของซาอุฯ ในหลายพื้นที่ของเยเมน

    กระแสยิ่งร้อนขึ้นหลัง ฮิซาม อัล-อัสซาด (Hizam al-Asad) สมาชิกสำนักการเมืองอันซอรอัลลอฮ์ โพสต์ข้อความสั้นๆ เพียงคำเดียวว่า “F15” ขณะที่ โมฮัมเหม็ด อัล-ฟาราห์ (Mohammed al-Farah) สมาชิกฝ่ายการเมืองของอันซอรอัลลอฮ์ ก็โพสต์คำว่า “F15” เช่นกัน ทำให้เกิดการคาดการณ์อย่างหนักว่ามีเหตุบางอย่างเกิดขึ้นกับเครื่องบินรบซาอุฯ

    ก่อนหน้านี้ อันซอรอัลลอฮ์ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียใช้ทั้ง F-15 และ Eurofighter Typhoon ปฏิบัติการโจมตีเยเมน โดยเฉพาะพื้นที่ มาริบ ตาอิซ ลาฮิจ อัล-เญาฟ และฮัจญะห์ รวม 54 เที่ยวโจมตีภายใน 24 ชั่วโมง และประกาศว่าจะตอบโต้

    ขณะนี้ยังไม่มีคำยืนยันจากซาอุดีอาระเบียว่า F-15 ถูกยิงตกจริงหรือไม่ และภาพที่กำลังเผยแพร่ในโลกออนไลน์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นซากเครื่องบินที่สูญเสียในวันนี้ ส่วนรายงานเกี่ยวกับชะตากรรมของนักบินก็ยังมีข้อมูลขัดแย้งกัน

    ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าอันซอรอัลลอฮ์กำลังจะออก “แถลงการณ์สำคัญ” ในอีกไม่นาน จึงต้องจับตาว่า F-15 จะเป็นเรื่องเดียวกับที่กำลังจะประกาศหรือไม่

    https://www.facebook.com/share/p/1e54eGyNaF/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,776
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เบรคกิ้งส์ นิวส์
    ทางกัมพูชายื่นสามข้อเสนอให้ทางการไทยพิจารณา โดยไม่จําเป็นต้องจบที่ Unclos

    ◇ ทางเลือกแรก
    การลงนามสนธิสัญญากับประเทศไทย โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมาธิการ และเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดเขตแดนทางทะเลที่ครอบคลุมและเป็นเอกภาพระหว่างสองประเทศ

    สรุป ยอมลงนามสนธิสัญญากับประเทศไทยหากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือบางอย่าง และทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยทั้งสองประเทศยังมีเอกภาพ

    ♤ ทางเลือกที่ 2
    กัมพูชามีความพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงกับไทยเกี่ยวกับการพัฒนาร่วมกันและการแบ่งปันทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการกำหนดเขตแดนทางทะเล

    สรุป
    กัมพูชาพร้อมตกลงกับไทยทันที ถ้าไทย แบ่งทรัพยากรทางทะเล ให้กับกัมพูชา พร้อมสรุปทันที

    ♧ ทางเลือกที่ 3
    หากไม่สามารถบรรลุผลตามทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งข้างต้นได้ กัมพูชาได้ขอให้คณะกรรมาธิการเตรียมข้อเสนอแนะที่สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาในอนาคต โดยสอดคล้องกับพันธกรณีของทั้งสองประเทศภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

    สรุป
    หากไทยไม่ยอมเจรจาใน 2 หัวข้อที่กัมพูชาเสนอมา ก็มาตกลงกัน ด้วย U nclos

    https://phnompenhpost.com/national/...llenges-thailand-to-offer-practical-solution/

    https://www.facebook.com/share/1EENRMcxHB/
     

แชร์หน้านี้

Loading...