เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 20 กันยายน 2026 at 16:56.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทางวัดท่าขนุนฝนฟ้ายังคงลงเป็นปกติ แต่สองวันนี้ยังดีที่เว้นช่วงบิณฑบาตให้ บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายจึงไม่ต้องใส่บาตรกลางสายฝน..!

    ทางเขื่อนวชิราลงกรณที่ระบายน้ำออกเพื่อทำการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ จนเหลือน้ำแค่ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่เคยอยู่ใต้น้ำ อย่างเช่นว่าทางรถไฟสายมรณะช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ จากทองผาภูมิไปสู่สังขละบุรี แล้วทะลุไปยังเมืองพะยาตงซู หรือที่คนไทยเรียกว่าด่านเจดีย์สามองค์นั้น โผล่พ้นจากน้ำขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นเต้นกัน..!

    แต่นับว่าโชคดีเหลือเกินที่พายุหลายลูกเข้ามาติด ๆ กัน ตอนนี้น้ำในเขื่อนเก็บกักได้เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ไม่เช่นนั้นคงต้องระบายน้ำออกเป็นการใหญ่ และผู้ที่จะเดือดร้อนก็คือพื้นที่ใต้น้ำ ตั้งแต่ท่าม่วง ท่ามะกา ไล่ลงไปจนถึงปากน้ำแม่กลอง ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ "ธรรมะจัดสรร" มาก

    ส่วนเรื่องวุ่นวายรอบตัวในปัจจุบันนี้ ก็คือเรื่องราวที่บรรดานักบวชอย่างกระผม/อาตมภาพ ไปสร้างวีรกรรมกันเอาไว้ อย่างเช่นว่าเจ้าอาวาสดูดยาบ้า แล้วก็สั่งซื้อมาเผื่อลูกวัดด้วย เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าจำนวนที่ตำรวจจับได้คือ ๒๐๐ เม็ดนั้น มีเอาไว้จำหน่ายหรือมีไว้เฉพาะเสพ ? เรื่องพวกนี้ต้องขึ้นอยู่กับตำรวจที่ทำสำนวน ว่าจะให้ออกมาหนักเบาขนาดไหน เรื่องเหล่านี้ตำรวจเขาถนัดอยู่แล้ว..!

    อีกเรื่องหนึ่งก็คือบรรดา "เซียนพระ" ที่ออกมาหักล้างกันอย่างดุเดือดมาก และมีบางรายถึงขนาดโดนจับเข้าคุกเข้าตารางไปแล้ว บางรายศาลก็ตัดสินจำคุกในเบื้องต้นไปหลายร้อยปี..! ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าถ้าผ่านอุทธรณ์และฎีกาแล้วจะเป็นอย่างไร ?
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    เรื่องพวกนี้นั้น กระผม/อาตมภาพบอกมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ถ้าท่านทั้งหลายคิดจะคบกับเซียนพระ ต้องคิดให้ดี เพราะว่าทุกคนจะถือผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเป็นใหญ่ แทบจะไม่มีความจริงใจอะไรกันเลย เพราะว่าทุกอย่างต้องรักษาผลประโยชน์ของตนเองไว้ก่อน เราเอาอะไรไปก็ตามที เขาก็จะบอกว่าปลอมเอาไว้ก่อน เพื่อที่ไม่ให้บุคคลที่เอาไปแสดงนั้น ไปซื้อหาจากแหล่งนั้นอีก เพราะว่าทำให้ตนเองเสียรายได้ พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไปซื้อจากแหล่งที่ถูกกว่า เขาก็จะขายของแพงไม่ออก..!

    แต่ก็มีบรรดานักสะสมจำนวนมากที่ไปหลงเชื่อเขา กระผม/อาตมภาพเคยนำเอาพระปิดตาผงมหาโสฬส "หลวงปู่เอี่ยม" วัดสะพานสูง ไปลงให้บูชาในเว็บไซต์วัดท่าขนุนองค์หนึ่ง มีคนบูชาไปแล้วเขาเอาไป "แห่" เซียนทุกรายก็ยืนยันว่าเป็นของปลอม เขาจึงต้องการที่จะได้เงินคืน ไม่เช่นนั้น..จะเกิดการฟ้องร้องอย่างแน่นอน..!

    กระผม/อาตมภาพรำคาญมาก จึงบอก "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) ว่า "โอนเงินคืนเขาไป แล้วรับพระกลับมา" หลังจากได้พระมาแล้ว ก็มีเซียนพระมาขอซื้อจากกระผม/อาตมภาพไป ๕๐๐,๐๐๐ บาท..! ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขารู้สึกเสียดายบ้างหรือไม่ ? และไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเซียนชุดเดียวกับที่ "สวด" พระองค์นั้นหรือไม่ !?แต่ก็เป็นเรื่องของบุญใครบุญมัน เนื่องเพราะว่ามีของดีไว้คุ้มตัวแล้วไม่ชอบ ชอบเอาไปพิสูจน์ทั้งที่ตนเองไม่มีความรู้อย่างแท้จริง

    เนื่องเพราะว่าในเรื่องของเซียนพระนั้น ถ้าหากว่าเราตั้งใจที่จะไปซื้อหา ก็มักจะได้ยินนิทานหรืออิทธิปาฏิหาริย์อะไรมากมายเต็มไปหมด แต่ครั้นถึงเวลาเอาไปขายคืน โดยที่ให้คนอื่นไปขายแทน เหรียญที่เขายืนยันว่าแท้ รับประกันคืนเงิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เขากลับ "ตีเก๊" ทั้ง ๆ ที่ออกจากร้านของเขาไปนั่นเอง จึงทำให้มีญาติโยมจำนวนหนึ่งที่เข็ดหลาบไปตาม ๆ กัน ถึงกับประกาศเลิกคบกับเซียนเหล่านี้ไปเลย..!

    กระผม/อาตมภาพขอแนะนำว่า
    ถ้าอยากที่จะเล่นหาข้าวของเหล่านี้ ควรที่จะศึกษาให้รู้จริงเสียก่อน โดยที่ศึกษาไปทีละอย่าง จนกระทั่งมีความมั่นใจในตนเองแล้วว่ารู้แน่รู้จริง เราค่อยไปจับวัตถุมงคลชิ้นต่อไป

    เมื่อวานนี้ เพื่อนฝูงก็คือท่าน "พระครูสามารถ" (พระครูขันติวรานุสิฐ) เจ้าคณะตำบลโคกคราม เขต ๒ เจ้าอาวาสวัดน้อย (หลวงปู่เนียม) ที่บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ส่งรูปพระหลวงปู่ปานมาให้ดู ยังไม่ทันที่จะถาม กระผม/อาตมภาพก็ตอบไปว่า "เนื้อไม่ได้"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    ดังนั้น..ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่า เรื่องของเนื้อหาพิมพ์ทรงนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการดูวัตถุมงคล อันดับแรก เนื้อหาต้องใช่ อันดับที่ ๒ พิมพ์ต้องใช่ อันดับที่ ๓ ความเก่าต้องได้ยุคได้สมัย ไม่เช่นนั้นแล้วท่านทั้งหลายก็จะ "โดนแหกตา" อยู่เนือง ๆ..!

    โดยเฉพาะยุคหลังสมัยหลังนี้ มีการถอดบล็อกวัตถุมงคลด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด แต่ส่วนที่ไม่สามารถจะเก็บได้ก็คือความเก่า ต่อให้แกล้งเก่าขนาดไหนก็ตาม ย่อมไม่สามารถที่จะหลอกตาผู้เชี่ยวชาญอย่างแท้จริงได้

    มีนักข่าวที่โด่งดังมาก ๆ อยู่ท่านหนึ่ง แบ่งปันมีดหมอหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ ให้กับเพื่อนอินฟลูเอ็นเซอร์ กระผม/อาตมภาพมองแล้ว "ตีเก๊" หมดทั้งพาน..! เนื่องเพราะว่ามีดหมอหลวงพ่อเดิมของเขานั้น ทุกเล่มล้วนแต่เป็นด้ามงาม ฝักงา สีสันสวยงามเหมือนอย่างกับสีเทียนเสมอกันทั้งเล่ม ซึ่งของเก่ามาขนาดนั้น จะสวยสมบูรณ์เหมือนเพิ่งทำแบบนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้..!

    อีกส่วนหนึ่งก็คือถ้าหากว่าไม่ได้ใช้จริง ๆ ความเก่าของงาก็จะไม่ออกมาในลักษณะนั้น ถ้าหากว่าออกมาสีสม่ำเสมอแบบนั้น เกิดจาก ๒ สาเหตุ สาเหตุแรกก็คือ "รมควัน" มา เนื่องเพราะว่าจะทำให้สีเหลืองเสมอกันทั้งหมด สาเหตุที่ ๒ ก็คือ "ทาด้วยน้ำด่างทับทิม แล้วเป่าด้วยเครื่องเป่าผม" เมื่อโดนความร้อน สีงาก็จะกลายเป็นน้ำตาลเข้ม หรือเหลืองเข้ม เพียงแต่ว่าถ้าทาด้วยน้ำด่างทับทิมนั้น สีจะเข้มกว่าการรมควัน แต่ขอให้ทราบว่าธรรมชาติของงานั้น สีจะไม่เสมอกันทั้งชิ้น เป็นเรื่องที่เราต้องช่างสังเกตและรู้จักธรรมชาติของงาด้วย

    โดยเฉพาะมีดหมอหลวงพ่อเดิมนั้น เรื่องด้ามหรือฝักยัง "ฟันธง" ไม่ได้ เนื่องเพราะว่าเมื่อชำรุดก็มีการทำเสริมใหม่ได้ แต่ว่าส่วนที่เป็นจุดตายจริง ๆ ก็คือใบมีด พวกเราต้องดูออกว่า "สนิมขุม" นั้นเป็นอย่างไร ? ดังนั้น..ถ้าไม่ได้เห็นของจริงของแท้มาก่อน แล้วเราดูไม่ออก ไปเจอมีด "แกล้งเก่า" ประมาณว่า "เอาไปชุบเอาโซดาไฟ" มา แล้วก็ปล่อยให้สนิมขึ้น เนื่องจากว่าโซดาไฟนั้นกัดกร่อนใบมีดรุนแรงมาก ถ้าหากว่าทิ้งเอาไว้ไม่กี่วัน สนิมก็ขึ้นพราวแล้ว แต่ขอให้สังเกตว่าสนิมที่ขึ้นมานั้นไม่ใช่สนิมขุม แต่ว่าเป็นสนิมที่ขึ้นท่วมท้นล้นใบมีด อยู่ในลักษณะสนิมใหม่

    เป็นอะไรที่ต้องศึกษากันค่อนข้างจะลึกซึ้ง โดยเฉพาะฝีมือการทำ ต้องจดจำให้ได้ว่าลายแกะนี้เป็นของ "ช่างฉิม" ลายตอกนี้เป็นของ "ช่างสอน" เหล่านี้เป็นต้น
    การที่จะได้ของแท้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผ่านตาของแท้ในมาจำนวนที่ค่อนข้างมาก
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    ดังนั้น..ในเรื่องของการเล่นวัตถุมงคล เราจะไปฟังนิทานแล้วรีบซื้อหา เพราะกลัวว่าของราคาถูกจะหลุดมือไปนั้นไม่ได้ ขอยืนยันว่าของดีราคาถูกในโลกนี้หายากมาก ไม่เช่นนั้นคนก็คงจะโชคดีทุกคนไปแล้ว เพราะว่าเหรียญบางเหรียญมีการปลอมมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อน อย่างเช่นว่า เหรียญพระแก้วมรกตปี ๒๔๗๕ เหล่านี้เป็นต้น

    เราต้องศึกษาก่อนว่าในการสร้างมีสร้างเนื้ออะไรบ้าง ? อย่างละจำนวนกี่เหรียญ ? อยู่ ๆ มีเนื้ออัลปากาโผล่ขึ้นมาย่อมเป็นไปไม่ได้ จะบอกว่าเป็นเหรียญสร้างเหรียญเสริมอะไร คนยุคเก่าเขามีความตรงต่อวิชาของตนเองที่เรียกว่า "จรรยาบรรณวิชาชีพ" เป็นอย่างมาก เรื่องที่จะทำเสริมทำสร้างอะไรขึ้นมา ถ้าหากว่าเป็นคนมีจรรยาบรรณ เขาจะไม่ทำกัน..!

    เราจะไปเชื่อว่าบุคคลนี้เป็นเซียนพระ พูดอะไรต้องใช่อย่างนั้น ขอได้โปรดเข้าใจว่า
    เซียนพระจำนวนมากที่กระผม/อาตมภาพเจอมา ก็เป็นบุคคลที่ตั้งใจพูดให้เราเข้าใจผิด เพื่อที่จะได้ขายของของตนเองออกไป

    การได้วัตถุมงคลมา บางทีก็ต้องขึ้นอยู่กับบุญกับบารมี ขึ้นอยู่กับเทวดาที่รักษาวัตถุมงคลชิ้นนั้น เหมือนที่มีบางท่านกล่าวว่า "วัตถุมงคลเลือกเจ้าของ" เพราะว่าทำไมอยู่ตรงนั้นมานาน แต่ไม่มีใครซื้อหา จนคนขายระอาใจเต็มที กระผม/อาตมภาพเคยเข้าไปเจอ ปรากฏว่าของราคาระดับเป็นแสนเป็นล้าน เขาขายแค่หลักหมื่นเท่านั้น เนื่องจากว่าวางมาเป็นปี ๆ ไม่มีใครซื้อ จนคนขายเองก็ท้อใจไปแล้ว..!

    หรือมีอยู่ครั้งหนึ่ง เคยได้ตะกรุดมหาอำนาจหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย มาด้วยราคาแค่ ๑,๕๐๐ บาทเท่านั้น..! แม้จะบอกกับคนขายว่า "นี่น่าจะเป็นตะกรุดหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย" คนขายก็ยืนยันว่า "ไม่รู้" เพราะว่าไปซื้อหามาอีกต่อหนึ่ง ขอขายในราคา ๑,๕๐๐ บาทก็พอ ถ้าอย่างนั้นกระผม/อาตมภาพก็ต้องรับไว้ด้วยความยินดี เนื่องเพราะว่าตะกรุดมหาอำนาจหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ยนั้น หายากกว่าเสือหลายเท่า อาจจะเป็นเพราะว่าท่านมัวแต่จารเสือ สร้างเสือ จนมีเวลาสร้างวัตถุมงคลอื่น ๆ น้อยมาก..!
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    วัตถุมงคลบางอย่างก็ต้องดูความเชื่อมโยงกับผู้สร้าง อย่างเช่นว่าทำไม "หลวงปู่จ้อย" วัดบางช้างเหนือ สร้างลิงหินสบู่ ? ก็เพราะว่าหลวงปู่จ้อยท่านเกิดปีวอก เหล่านี้เป็นต้น ท่านได้ศึกษาวิชาการมา ก็เลยสร้างสิ่งที่เป็นปีเกิดของตัวเอง เอาเคล็ดลับของการที่หนุมานรับงานไปแล้ว ไม่เคยที่จะทำไม่สำเร็จ ถ้าหากว่ารับใช้เจ้านายก็มีความเจริญก้าวหน้าโดยตลอด เป็นบุคคลที่ใครฆ่าไม่ตาย เหล่านี้เป็นต้น

    จึงเป็นเรื่องที่ท่านซึ่งรักในด้านทั้งหลายเหล่านี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้ง ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเจอแบบนักข่าวอาวุโสท่านนั้น ที่กระผม/อาตมภาพเห็นว่า ยังมีพระสมเด็จองค์ใหญ่ประมาณ ๔ ฝ่ามืออยู่หลายต่อหลายองค์ ประดับด้วยอัญมณีและหยกเต็มไปหมด ซึ่งอยู่ในลักษณะของปลอม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์..!!

    แต่ไปฟังคำของเขาว่า "ได้มาจากเพดานโบสถ์วัดพระแก้ว" ซึ่งกระผม/อาตมภาพเห็นพระสมเด็จประเภทนี้เต็มตลาดท่าพระจันทร์อยู่ระยะหนึ่ง ถ้าหากว่าได้มาจากเพดานโบสถ์วัดพระแก้ว วัดพระแก้วก็คงต้องสร้างโบสถ์ใหญ่กว่านั้นสัก ๑๐ เท่า จึงพอที่จะติดพระเหล่านั้นได้หมด เหล่านี้เป็นต้น แต่ว่าท่านไปฟังนิทานของเขามา แล้วเกรงว่าจะไม่ได้ของดีราคาถูก แบบนั้นก็เฮงไป..!

    หรือไม่ก็นายห้างท่านหนึ่ง เป็นเจ้าของกิจการขายผ้าใหญ่ ๆ โต ๆ ซึ่งถ้าหากว่าพวกเราเห็นหน้า ก็ต้องรู้ว่า "แขกขายผ้า" เป็นแบบไหน ? ท่านร่ำรวยมาก อวดห้องพระให้กระผม/อาตมภาพดูด้วยความภาคภูมิใจ กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วก็ได้แต่กลืนน้ำลาย เนื่องเพราะว่าพระพุทธรูปเก่าสวย ๆ ของท่านนั้น เป็นของที่ทำใหม่ทั้งสิ้น..!
     
  7. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,149
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,254
    ค่าพลัง:
    +27,024
    เนื่องเพราะว่าธรรมชาติของสำริดสนิมเขียวนั้น ถ้าขึ้นสนิมเขียว จะไม่ขึ้นสม่ำเสมอทั้งองค์แบบนั้น โดยเฉพาะในส่วนของฐานพระของท่านนั้น ถ้าพลิกขึ้นมาดู จะเห็นว่ารอยตะไบนั้นมีความโค้งเล็กน้อย ซึ่งเป็นการใช้หินเจียรขัดเอา ถ้าเป็นรอยตะไบแบบยุคเก่า จะเป็นรอยที่ตรง แล้วพระพุทธรูปอายุนับร้อยนับพันปีแบบนั้น ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝนมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ใต้ฐานต้องไม่มีความคมเหลืออยู่แล้ว แต่นั่นคมพร้อมที่จะบาดมือเลย..! จึงเป็นเรื่องอะไรที่พวกเราอย่าให้เขาคิดว่าเป็น "หมูสนาม" เข้าไปแล้วก็โดนเขาฟันหัวแบะออกมาแบบนั้น..!

    ถ้ารักเรื่องทั้งหลายเหล่านี้จริง ๆ ก็ต้องศึกษาแล้ว "จับของ" ด้วยตนเองให้เป็น ไม่อย่างนั้นแล้ว ค่าเล่าเรียนก็จะสูงมากเป็นพิเศษ สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันของบรรดาเซียนพระนั้น ถ้าเข้ากับภาษิตจีนก็ต้องบอกว่า "สุนัขกัดสุนัข มีแต่ขนติดเต็มปาก ให้คนเห็นสมเพชเวทนา" เรื่องพวกนี้เราก็ดูอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ก็แล้วกัน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...