ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #92W นางคือ #ดีเปรสชั่น = พายุ ยอมรับซะเถอะ ที่ เราใช้นามแฝง ว่า #บัวลอยน้ำเค็ม น้องเป็น ดีเปรสชั่น ตั้งแต่อยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่ป่วน ตั้งแต่หมุน ตั้งแต่แช่ ตั้งแต่ถล่ม ตั้งแต่ขยี้..
    FB_IMG_1790593765449.jpg FB_IMG_1790593769209.jpg FB_IMG_1790593769000.jpg FB_IMG_1790593772724.jpg
    นางยังเป็นดีเปรสชั่น. ที่ขณะนี้อยู่ที่. #อ่าวเมาะตะมะ ซึ่งแน่นอน ขาข้างหนึ่งอยู่ในทะเลในอ่าว แรงดีมาก ยังคงกระทบประเทศไทยตามที่แจ้ง ก่อนที่จะย้ายบั้นท้ายไปถล่มพม่าต่อคืนนี้พรุ่งนี้ไป ??!!!!

    แนวปะทะ ที่ยังปักหมุดก็คือฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ทั้งภาคกลาง กาญจนบุรี จังหวัดใกล้เคียง ขึ้นไปจนถึงอุทัย ตากกำแพงแม่ฮ่องสอน ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก #มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อีกแล้ว นางปักหลักมาตลอด นางไม่เคยทิ้งประเทศไทย
    ทําให้มีฝน มาซ้ำ ทาง ปากอ่าวไทยตัว ก. ซ้ายขวา ออกตก หนักไปทาง ตะวันตกแล้วก็กรุงเทพ ปริมณฑล ฝนก็จะมีหนักสลับเบาสลับหยุด แบบให้หายใจหายคอไม่ทั่วท้อง
    และที่แถมคือ ขึ้นไปภาคเหนือ รอยต่อ ภาคกลางอีสาน ไปจนถึงอีสานเหนือ/ ใต้ตอนบน
    เวลาขึ้นมาก็จะแทบหยุดหายใจ เวลาหยุดก็ถอนหายใจ โล่งอก ในพื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ที่กําลังรอเสี่ยง จากที่รอบ ๆ เขาท่วมแล้ว แล้วก็ลุ้น แม่น้ําลำคลองแถวบ้าน ท่อระบายน้ํา บ้างลุ้นเขื่อนคันกันน้ํา ลุ้นน้ําป่าดินถล่ม

    คือมันยังไม่จบ
    แม้ 92 w แพลนคือไปทัวร์ต่อพม่า รอยต่อ 28-29
    แต่นางก็เหมือนกับ พัดลมยักษ์ ที่จะดูดมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อัดเข้ามา ในประเทศไทยซ้ำ ซึ่งเราจะเห็น แนวทางได้ในวันนี้

    ดังนั้น 2930 ถ้าดูในเรดาร์ก็ดูเหมือนจะโล่งอก แต่ในความเป็นจริง เรายังมีเหตุและปัจจัยเสริมอื่น อย่างเช่น ความชื้นสูงดูเหมือนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในตอนกลางของประเทศ ซึ่งกินพื้นที่กว้างมาก โดยกรุงเทพปริมณฑล ยังคงทำงานร่วมกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมตะวันออก ซึ่งทําให้อาจจะมีฝนที่ไม่อยู่ในเรดาร์ประมาณวันที่ ยี่สิบเก้า สามสิบ ต่อ ซึ่งทําให้คนไม่สบายใจ
    และอาจจะเชื่อมโยงไปจนถึงต้นตุลา และก็ต้องติดตามดูร่องมรสุมที่จะลงมาใหม่อีก ในตอนกลางของประเทศ จะซ้ำเติมที่เดิมในช่วงปลายฝนต้นหนาว ตามที่แจ้งไว้เมื่อคืนดึกดึก

    สิ่งที่เราจะต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมตอนนี้ไม่ใช่จะดูว่าฝนจะมาอีกหรือเปล่า จะหยุดเมื่อไหร่ จะไร้รอยต่อหรือไม่

    แต่คือจะต้องเช็คปริมาณน้ํา ในพื้นที่สําคัญที่จะเป็นทริกเกอร์พอยท์ ที่จะทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหันได้ แล้วก็ปริมาณน้ํา ในแม่น้ําลําคลองที่อยู่ในโซน ใกล้บ้านที่จะกระทบ
    มาจนถึงท่อระบายน้ํา หน้าบ้านและในบ้าน น้ําที่จะดันขึ้น ตาม อ่างล้างจาน อ่างล้างหน้า ห้องน้ํา

    เพื่อไม่ให้ เข็มขัดสั้น!!
    เจ้อยู่จนดึกจน ใกล้เช้าเมื่อคืนนี้ จนแน่ใจว่า มันยังไม่จบ
    ขอให้ ทางการที่มี อำนาจเกี่ยวข้องในการจัดการน้ำ การผันน้ำ การระบายน้ำ ให้ช่วยเหลือประชาชน อย่างเข้มข้นขึ้น ตอนที่ จะถึงตุลา
    ผู้ที่มีอํานาจมาก ๆ อาจจะไม่ต้องลงพื้นที่เยอะก็ได้ แต่ให้อยู่ที่เซ็นเตอร์ แล้วมอนิเตอร์ประสานงาน เพราะว่ามันไม่ได้หนักที่เดียวหรือสองที่ มันกินพื้นที่เยอะมาก และหลายจังหวัดมาก ทุกที่ต่างก็ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ต้องการการระบายน้ําอย่างเร่งด่วนซึ่งตรงนี้ก็เป็นโจทย์ที่ยากมาก
    ให้กําลังใจ ทุกท่านแล้วก็ ผู้ที่จะลงมาช่วยเหลือ และอาสาสมัคร หน่วยงานต่างๆ

    ขอให้ทุกท่านปลอดภัย❤️❤️❤️

    #CA260928 1136

    https://www.facebook.com/share/1876wsDNaG/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ข่าวร้อนในญี่ปุ่น “ก๊อดซิลลาเอลนีโญ” กำลังโตในแปซิฟิก! สื่อเตือนอาจรุนแรงสุดในรอบ 1,000 ปี ญี่ปุ่นจับตาผลต่อไต้ฝุ่น
    ⠀
    ▪️ FNN รายงานว่า เอลนีโญที่เกิดในฤดูใบไม้ผลิปี 2026 กำลังทวีกำลัง และอาจรุนแรงมากช่วงปลายปี สื่อตะวันตกบางแห่งเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ก๊อดซิลลาเอลนีโญ” ซึ่งเป็นฉายาในสื่อ ไม่ใช่ชื่อทางการ
    ⠀
    ▪️ บทความอ้างรายงานของ The Guardian ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณแกนกลางเอลนีโญสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.05°C พร้อมระบุว่าอาจมีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบอย่างน้อย 1,000 ปี อย่างไรก็ตาม ยังเป็นการประเมินความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปยืนยัน
    ⠀
    ▪️ สิ่งที่น่ากังวลคือ เอลนีโญเปลี่ยนการไหลเวียนของบรรยากาศ ทำให้บางพื้นที่เสี่ยงแล้ง ขณะที่บางพื้นที่เสี่ยงฝนหนักและน้ำท่วม เมื่อเกิดซ้อนกับภาวะโลกร้อน อาจยิ่งเพิ่มความรุนแรงของผลกระทบ
    ⠀
    ▪️ สำหรับญี่ปุ่น สถิติของกรมอุตุฯ ช่วงปี 1951-2021 พบว่า ในช่วงเอลนีโญ ไต้ฝุ่นมีแนวโน้มก่อตัวค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้มากกว่าปกติ และในฤดูร้อนมีแนวโน้มอยู่นานขึ้น รวมถึงมีความกดอากาศต่ำลงเมื่อทวีกำลังสูงสุด
    ⠀
    ▪️ แต่ไม่ได้หมายความว่าไต้ฝุ่นจะเข้าญี่ปุ่นมากขึ้นหรือรุนแรงทุกลูก และยังระบุไม่ได้ว่าพื้นที่ใดจะเจอภัยเมื่อไร ต้องติดตามพยากรณ์และประกาศเตือนเป็นระยะ
    ⠀
    “1,000 ปี” ในข่าว หมายถึงการเปรียบเทียบกับข้อมูลภูมิอากาศในอดีตที่สร้างขึ้นจากหลักฐาน เช่น ปะการัง ไม่ได้หมายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดตรงรอบทุก 1,000 ปี
    ⠀
    ที่มา FNN Prime Online - บทความโดยทาโร่ คิมูระ
    https:/news.yahoo.co.jp/articles/36dd3fbc2dc0a4273ea949c5f6b9c0f22bac7c58

    https://www.facebook.com/share/1dGkinyrrz/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #อัปเดทญี่ปุ่น Tokyo DisneySea เปิดเว็บไซต์พิเศษให้ย้อนสัมผัส “Aquatopia” เครื่องเล่นเรือหมุนบนผิวน้ำที่ปิดให้บริการไปเมื่อ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังอยู่คู่สวนสนุกนาน 25 ปี
    ⠀
    ▪️ ชมได้แบบ 360° ตั้งแต่ทางเข้า แถวรอไปจนถึงจำลองการนั่งเรือ ชมจังหวะหมุนและน้ำกระเซ็น ให้ความรู้สึกเหมือนได้เหมาทั้งเครื่องเล่น!
    ⠀
    ▪️ สลับชมได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ใครคิดถึงบรรยากาศเดิม เข้าไปย้อนความทรงจำได้ถึง 15 ต.ค.นี้เท่านั้น
    ⠀
    ▪️ นี่คือประสบการณ์ผ่านหน้าจอ ส่วนเครื่องเล่นจริงปิดแล้ว และยังไม่มีประกาศแผนพัฒนาพื้นที่นี้ต่อไป
    ⠀
    ที่มา Travel Watch
    https:/news.yahoo.co.jp/articles/c0245ff9851257191b08c45393a412a35283f9f4

    https://www.facebook.com/share/p/19a8G5159g/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้าอยู่ญี่ปุ่น แล้วได้ยินคำนี้ในประกาศเตือนภัย
    線状降水帯(Senjō Kōsuitai)
    คนที่อยู่ในพื้นที่จะรู้ทันทีว่า “ฝนครั้งนี้ไม่ธรรมดาแล้ว”

    อ่านว่า เซ็นโจ โคซุยไต
    หรือ “แนวฝนตกหนักต่อเนื่อง”

    ลองนึกภาพว่า ฝนตกลงมาที่เดิมไม่หยุด
    ตกแล้วตกอีก กลุ่มเมฆฝนก่อตัวขึ้นใหม่และเคลื่อนเข้ามาซ้ำบริเวณเดิมเป็นเวลาหลายชั่วโมง

    สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่แค่ “ฝนตกหนัก”
    แต่คือฝนที่ตกซ้ำอยู่ที่เดิม ทำให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจนำไปสู่น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น ญี่ปุ่นศึกษารูปแบบฝนลักษณะนี้มานานแล้ว และค่อย ๆ นำความรู้มาพัฒนาเป็นระบบเตือนภัย

    2021 เริ่มใช้คำว่า 線状降水帯(Senjō Kōsuitai) ในข้อมูลเตือนภัย
    2022 เริ่มคาดการณ์ล่วงหน้าประมาณครึ่งวัน
    และในปี 2026 เพิ่มการคาดการณ์ระยะใกล้ประมาณ 2–3 ชั่วโมงก่อนเกิด

    สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่การตั้งชื่อปรากฏการณ์

    แต่คือการทำให้ศัพท์เฉพาะทาง กลายเป็นคำเตือนที่ประชาชนเข้าใจตรงกัน

    เมื่อมีการประกาศว่า
    「線状降水帯」(Senjō Kōsuitai)

    คนฟังก็รู้ว่า
    “นี่ไม่ใช่แค่ฝนตกหนัก แต่ฝนกำลังตกซ้ำในพื้นที่เดิม และความเสี่ยงกำลังเพิ่มขึ้น”

    นี่คือสิ่งสำคัญของการสื่อสารภัยธรรมชาติ
    ไม่ใช่แค่บอกว่า “ฝนตกหนัก” แต่ต้องทำให้คนรู้ด้วยว่า ฝนแบบไหนกำลังเกิดขึ้น และสถานการณ์กำลังไปถึงระดับไหน

    และเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น ที่ญี่ปุ่นเรามักจะได้ยินคำเตือนว่า

    「命を守る行動をとってください」
    (Inochi o mamoru kōdō o totte kudasai)
    “ขอให้รีบลงมือทำในสิ่งที่จะช่วยให้ตัวเองปลอดภัย”

    มนุษย์เราอาจเอาชนะธรรมชาติไม่ได้
    แต่เราสามารถพัฒนาวิธีการ เพื่อให้ผู้คนรู้เท่าทันภัยธรรมชาติได้

    ภัยธรรมชาติอาจห้ามไม่ได้
    แต่ถ้าคนรู้เร็วขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้น และสถานการณ์รุนแรงแค่ไหน ก็มีโอกาสเตรียมตัวและลดความสูญเสียได้มากขึ้น

    ขอส่งกำลังใจ❤️ให้ทุกคนที่กำลังประสบภัยจากฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินถล่มในช่วงนี้ปลอดภัยนะคะ
    ขอให้น้ำลดลงโดยเร็ว และทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

    #線状降水帯 #SenjōKōsuitai #ฝนตกหนัก #น้ำท่วมญี่ปุ่น #อุทกภัย #รู้ไว้ใช่ว่า Repeat Japan

    https://www.facebook.com/share/p/1G5tKnUtWX/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เอาจริงดิ‼️❓ทรัมป์แบะท่า จ่อ "แบน"⛔ห้ามส่งออกดีเซล!!!!! ซึ่งถ้าทำจริง ราคาตลาดโลกกระฉูดแตกแน่ (หรือไม่ต้องกลัว เพราะตอนนี้ "น้ำท่วม" อยู่ดี เฮาใช้รถใช้ถนนบ่ได้จ้า!)

    ควรทราบ ยามปกติ ตะวันออกกลางส่งออกดีเซลประมาณ 7 แสนบาร์เรล/วัน
    แต่ปัจจุบันฮอร์มุซปิด❌
    ก็ส่งได้แบบกระปริบกระปรอย หาทางลอดเงื้อมมือของอิหร่านเอา⚠️

    ควรทราบ ยามปกติ รัสเซียส่งออกดีเซลประมาณ 8 แสนบาร์เรล/วัน
    แต่ปัจจุบันโดนยูเครนล่อโรงกลั่นซะเละทั้งยวง❌
    รัฐบาลรัสเซียจำเป็นต้องสั่ง "แบน"⛔ห้ามส่งออกดีเซล

    ยิ่งควรทราบ ยามปกติ อเมริกาส่งออกดีเซลประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรล/วัน
    ย้ำว่า "หลักล้าน"
    ย้ำว่าอเมริกาส่งออกเยอะกว่ารัสเซีย และเยอะกว่าทั้งภูมิภาคตะวันออกกลางรวมกัน
    ยามนี้ล่ะ (ยามสงครามตะวันออกกลาง) พี่เล่นส่งออกประมาณ 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน (แย่งส่วนแบ่งตลาดจากรัสเซียและตะวันออกกลางที่หายไป)
    และบางสัปดาห์ ซัดไปเหยียบ 1.9 ล้านบาร์เรล/วัน!!!!! (คงไม่ต้องบอกนะครับท่าน นี่คือสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์)

    ‼️‼️‼️คิดเอา เจอแค่ตะวันออกกลางกับรัสเซีย ราคาดีเซลยังระห่ำมหาประลัยขนาดนี้
    และถ้าโดนอเมริกาสั่ง "แบน" ห้ามส่งออกเข้าไปอีกดอก ไม่อยากคิด!

    ซึ่งไม่ใช่ข่าวโคมลอยนะจ๊า ทรัมป์บอกเองว่า “We’re thinking about it very seriously.”

    ด้านกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริการีบสยบความแตกตื่นของชาวโลก ชี้ว่าอาจไม่ถึงขั้นแบน แต่จะควบคุมจำกัดการส่งออก (restriction)
    ... ยังไงก็กระเทือนไม่ใช่เล่นอยู่ดีแหละ

    ยิ่งยุโรปนี่จะอ้วกเลย เพราะยุโรปปกติผลิตดีเซลไม่พอใช้อยู่แล้วนะครับท่าน ต้องนำเข้าเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ก็ต้องพึ่งอเมริกาเต็มๆ
    หากทรัมป์สั่งแบนขึ้นมาก็.. โอ้โห ดูไม่จืดเลย

    ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่แค่ยุโรปหรอก เวลามันไป มันไปทั้งตลาดโลก

    ใช้ดีเซล ก็ไม่ใช่แค่รถยุโรปหรือรถบรรทุก โรงงานก็ต้องใช้ดีเซล เครื่องจักร หรือการก่อสร้าง ต่างๆ นานา
    ดีเซลแพง เงินเฟ้อก็.. ไม่อยากจะพิมพ์

    จบดีกว่า

    ย้ำว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตราย วัดใจทรัมป์ แบนไม่แบน

    หมายเหตุ ตอนนี้ราคาดีเซลหน้าปั๊มที่อเมริกาทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ยั้งหยุด
    ทะลุ 5 ดอลลาร์/แกลลอนก็บ้าแล้ว
    นี่ทะลุ 6 ดอลลาร์/แกลลอน
    แล้วก็ทะลักเลย 6.5 ดอลลาร์/แกลลอน
    แบบนี้ไม่ไหว สถิติใหม่แล้วใหม่อีก
    (วันนี้ อยู่ที่ 6.45 ดอลลาร์/แกลลอน ก็ราวๆ 57 บาท/ลิตร)
    ถ้าทรัมป์ไม่ทำอะไร แรงกดดันทางการเมืองจะมากเกินไป
    ...

    https://www.cnbc.com/2026/09/28/diesel-oil-trump-export-ban-fuel-prices.html

    https://www.facebook.com/1000594715...j8Wjp2erGBR6zPNFLgn2CUwLbJBl/?mibextid=NOb6eG
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ลือสะพัดสหรัฐฯ แนะไต้หวันใช้ "พิพิธภัณฑ์กู้กง-ศูนย์อนาคตเด็ก" ตั้งศูนย์บัญชาการยามสงคราม – จุดชนวนวิจารณ์สนั่น "ใช้มรดกโลกและเด็กเป็นโล่มนุษย์"

    สำนักข่าว Lianhe Zaobao สื่อกระแสหลักรายใหญ่ของสิงคโปร์ รายงานวิเคราะห์กรณีประเด็นร้อนในไต้หวัน หลังเกิดกระแสข่าวลือแพร่สะพัดบนเว็บบอร์ด PTT ซึ่งเป็นเว็บบอร์ดใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยอ้างอิงภาพถ่ายสไลด์นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ที่หลุดออกมา ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เสนอแนะให้กองทัพไต้หวันจัดตั้ง ศูนย์ตอบโต้ร่วมภาวะสงคราม (Combined Joint Emergency Operations Center: CJEOC) ไว้ในพื้นที่ของ พิพิธภัณฑ์กู้กงไทเป (National Palace Museum) และ พิพิธภัณฑ์อนาคตเด็กแห่งชาติ (National Children's Future Museum) ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมไต้หวัน ขณะที่ทางการไต้หวันยังคงเงียบสงบและไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆ

    1. เบื้องหลังเอกสารหลุด: กองพลทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ (USACE) แนะจุดยุทธศาสตร์?

    ตามรายงานของ Lianhe Zaobao ภาพถ่ายสไลด์ที่หลุดออกมาบนโลกออนไลน์ แสดงรายชื่อสถานที่ประเมินสำหรับการจัดตั้งศูนย์ตอบโต้ร่วมทางเหนือของไต้หวัน ซึ่งรวมถึงสถานีรถไฟไทเป และพิพิธภัณฑ์กู้กง โดยในส่วนของกู้กงมีการกำกับข้อความไว้อย่างชัดเจนว่าเป็น "ข้อเสนอแนะจากกองพลทหารช่างกองทัพบกสหรัฐฯ (U.S. Army Corps of Engineers)"

    นอกจากนี้ ในรายชื่อพื้นที่ประเมินยังปรากฏชื่อ "พิพิธภัณฑ์อนาคตเด็กแห่งชาติ" ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิวไทเปและกำลังอยู่ในช่วงเตรียมการจัดสร้าง รวมอยู่ด้วย

    2. เสียงต้านจากฝ่ายค้าน: ตั้งคำถาม "เอาเด็กมาเป็นเป้ารับกระสุน?"

    รายงานระบุว่า ฝ่ายการเมืองและสมาชิกสภาฝ่ายค้านของไต้หวันได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลพรรค DPP ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงโดยเร็ว:

    -หลิน เพ่ยเสียง (Lin Pei-xiang) สมาชิกสภานิติบัญญัติพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT): กล่าวโจมตีรัฐบาลว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลสร้างภาพให้ประชาชนเชื่อว่าสังคมยังคงสงบสุข แต่เบื้องหลังกลับไปซุ่มเปิด "โหมด Hellscape (การรบระดับวินาศ)" ตามแนวทางยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ เสนอ พร้อมระบุว่าไม่อาจยอมรับการกระทำที่ซ่อนเร้นเช่นนี้ได้

    -หลิน จื่อยวี๋ (Lin Tzu-yu) ผู้สมัครจากพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP): พุ่งเป้าไปที่ ซู เฉียวฮุ่ย ตัวแทนพรรค DPP โดยเตือนความจำว่า โครงการศูนย์เด็กแห่งนี้เป็นผลงานที่พรรค DPP เคยเคลมว่าอนุมัติงบประมาณมาสร้าง แต่กลับมีข่าวว่าจะถูกปรับไปใช้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหารยามสงคราม

    3. มุมมองเชิงยุทธศาสตร์: เกราะป้องกันทางกลยุทธ์ หรือคำแนะนำที่ไร้เหตุผล?

    Lianhe Zaobao ได้รวบรวมมุมมองเชิงวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง ซึ่งแบ่งออกเป็นสองทัศนะสำคัญ:

    มุมมองที่ 1: การแทรกแซงของสหรัฐฯ และการใช้ "โล่มนุษย์-วัฒนธรรม"
    ลั่ว ชิ่งเซิง (Lo Ching-sheng) ผู้อำนวยการบริหารสถาบันยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ วิเคราะห์ว่า การที่รัฐบาลไต้หวันยังไม่ออกมาปฏิเสธข่าวนี้ ยิ่งทำให้สังคมเชื่อว่าอาจเป็นเรื่องจริง ประเด็นนี้ส่งสัญญาณอันตราย 2 ประการ คือ:
    1. สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทวางทิศทางการตั้งรับทางทหารให้ไต้หวันอย่างมีนัยสำคัญ
    2. การตั้งศูนย์บัญชาการในกู้กงและศูนย์เด็ก มีเจตนาใช้สถานที่เหล่านี้เป็น "โล่ป้องกัน" เพื่อให้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) กริ่งเกรงและลังเลที่จะทำการโจมตี

    ลั่ว ชิ่งเซิง ตั้งคำถามว่า โบราณวัตถุหลายแสนชิ้นในกู้กงคือมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่ควรหาทางปกป้อง แต่รัฐบาลกลับคิดนำมาใช้เป็นโล่บังหน้าเพื่อคุ้มกันเจ้าหน้าที่ระดับสูงในยามสงคราม

    มุมมองที่ 2: ความไม่สมเหตุสมผลเชิงยุทธศาสตร์และข้อตกลงระหว่างประเทศ
    ด้าน จาง จิ้ง (Chang Ching) นักวิจัยอาวุโสจากสมาคมยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ให้สัมภาษณ์กับ Lianhe Zaobao โดยมองในอีกมุมหนึ่งว่า สหรัฐฯ ไม่น่าจะยื่นข้อเสนอที่ละเมิดอนุสัญญาสากลอย่างรุนแรงเช่นนี้ เนื่องจากนอกจากจะขัดต่อ #กฎหมายมนุษยธรรมสากล แล้ว ยังไม่ได้ประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพทางทหารจริง

    จาง จิ้ง ชี้ว่า หากรัฐบาลรีบร้อนออกมาปฏิเสธอย่างลนลาน ก็อาจสะท้อนว่ามีเค้าลางเรื่องจริง แต่หากเลือกที่จะเงียบเฉย อาจแปลว่ามองเป็นเรื่องไร้สาระที่สังคมไม่ควรคล้อยตาม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้จะมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อมาจากข้าราชการภายในกู้กงหรือโครงการศูนย์เด็กเป็นผู้ปล่อยออกมาเอง

    จากพื้นที่ปลอดภัย สู่เป้าหมายในระบบบัญชาการทางทหาร
    ประเด็น "บทบาทของพิพิธภัณฑ์กู้กงในยามสงคราม" ไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยย้อนกลับไปช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้นในปี 2022 เคยมีกระแสบนโซเชียลมีเดียไต้หวันว่า "กู้กงคือสถานที่หลบภัยสงครามที่ปลอดภัยที่สุด" ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ากู้กงเป็นเป้าหมายพลเรือนที่ต้องได้รับการคุ้มครอง

    แต่ข้อเท็จจริงจากเอกสารหลุดครั้งนี้กลับสะท้อนไปในทิศทางตรงกันข้าม — นั่นคือการพยายามดึงเอาพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกของเด็ก เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบัญชาการทางทหารโดยตรง ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลไต้หวันต้องเผชิญกับแรงต้านด้านจริยธรรมและความไว้วางใจจากประชาชน

    #ChinaFocus #พิพิธภัณฑ์กู้กง #ไต้หวัน #โล่มนุษย์ #ไทเป

    https://www.facebook.com/share/1C1uTnT9gv/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ...>>ญี่ปุ่นเจรจาซื้อน้ำมันด้วยสกุลเงินเยนโดยปกติจะใช้สกุลเงินดอลล่าร์...

    ===

    ญี่ปุ่นกำลังจะสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ (ระดับนิวเคลียร์) ต่อเศรษฐกิจโลก

    มีข่าวสำคัญและมีความเสี่ยงสูงส่งตรงจากญี่ปุ่นถึงกลุ่มนักลงทุนที่ทำ Carry Trade: Yuto จากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เพิ่งเปิดเผยว่ามีการบรรลุข้อตกลงสำคัญแบบไม่เป็นทางการเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันของญี่ปุ่น

    ตลาดรับรู้ถึงนัยสำคัญของข่าวนี้ทันที นั่นคือความเป็นไปได้ที่จะมีการกำหนดราคาน้ำมันเป็นสกุลเงินเยน หากสิ่งนี้เกิดขึ้น กลยุทธ์ Yen Carry Trade ที่ใช้กันมานานหลายทศวรรษจะไม่ใช่แค่สั่นคลอน แต่จะพังทลายลง

    การกำหนดราคาน้ำมันเป็นเงินเยนหมายความว่าญี่ปุ่น (หรือคู่ค้า) จะชำระค่าซื้อน้ำมันดิบบางส่วนด้วยเงินเยนแทนที่จะเป็นดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ตลาดน้ำมันใช้ดอลลาร์เป็นหลักมานานหลายทศวรรษ โดยปกติแล้วญี่ปุ่นมีรายได้เป็นเงินเยน จึงต้องขายเงินเยนเพื่อแลกเป็นดอลลาร์ก่อนจะนำไปชำระค่าน้ำมัน

    แรงกดดันเชิงโครงสร้างจากการขายเงินเยนอย่างต่อเนื่องนี้เองที่ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวและดึงดูดให้นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนที่มีต้นทุนต่ำมาลงทุน หากสัดส่วนการชำระค่าน้ำมันของญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้เงินเยนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้ข้อตกลงทางการเมืองทวิภาคีกับสหรัฐฯ หลังจากเกิดปัญหาหยุดชะงักในการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ 2 ประการพร้อมกัน:

    ญี่ปุ่นจะมีความต้องการดอลลาร์เพื่อใช้ด้านพลังงานลดลง และคู่ค้าที่ยอมรับเงินเยนจะมีเหตุผลในการถือครองหรือหมุนเวียนเงินเยนต่อไป ซึ่งจะช่วยลดปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเทขายเงินเยนลง

    นี่คือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อตลาดในเดือนสิงหาคม 2024 ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นกำลังปรับตัวสูงขึ้นและค่าเงินเยนอ่อนค่าลง หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เข้าแทรกแซงตลาดหลายครั้ง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้พุ่งทะลุระดับ 5.18% ไปแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

    Scott Bessent ถึงกับเทขายเงินยูโรเพื่อพยุงค่าเงินเยน เพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐฯ เป็นสองเท่า และเตือนให้ Fed ขยายขอบเขตโครงการ FIMA ให้ครอบคลุมถึงญี่ปุ่น มิฉะนั้นตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อาจพังทลายลง

    การหันมาซื้อขายน้ำมันด้วยสกุลเงินเยนจะช่วยหนุนค่าเงินเยนให้แข็งค่าขึ้น เพิ่มต้นทุนในการกู้ยืมเงินเยนเพื่อทำ Carry Trade แบบเดิม และเร่งให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปสู่สถานะการลงทุนแบบย้อนกลับ (Reverse Trade)

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นในทั้งสองประเทศทำให้ภาวะทางการเงินตึงตัวอยู่แล้ว หากเกิดภาวะขาดแคลนเงินเยน (Yen Squeeze) อย่างกะทันหันซ้ำเติมเข้าไปอีก ก็จะบีบให้นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage) ต้องรีบปิดสถานะการลงทุน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั้งของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมกัน

    นี่คือสิ่งที่ @LordBelgrave นายธนาคารชื่อดังจาก City of London ได้เคยเตือนไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา การชำระราคาค่าน้ำมันดิบด้วยเงินเยนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และดูเหมือนว่าในที่สุดมันกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้ว

    https://www.facebook.com/share/v/1CG3i7duwG/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเลีย เมนเดล อดีตโฆษกหญิงของประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่ง #ยูเครน กล่าวว่า #เซเลนสกี “พ่ายแพ้” ในสงครามกับรัสเซียแล้ว แต่ยังคงยืนกรานที่จะใช้นโยบาย “ทำลายตัวเอง” ต่อไป เนื่องจากเคียฟไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณได้อย่างไรหากปราศจากการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลจากชาติตะวันตกอีกครั้ง

    เมนเดล กล่าวในโพสต์บนเว็บไซต์ X เมื่อวันเสาร์ (26 ก.ย.) ว่า ยูเครนต้องการเงินทุนจากต่างประเทศ 52,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับงบประมาณปีหน้า ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้รับการยืนยันหรือคาดว่าจะได้รับภายใต้โครงการปัจจุบันเพียงประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

    นอกจากนี้ ยูเครนยังเผชิญกับปัญหาอีกประการหนึ่ง คือ การขาดดุลงบประมาณด้านกลาโหมที่ไม่คาดคิดถึง 27,000 ล้านดอลลาร์สำหรับปี 2026 ซึ่งเคียฟเปิดเผยเมื่อปลายเดือน ส.ค. หลังจากที่ เซเลนสกี เริ่มดำเนินการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เป็นเวลา 40 วันเพื่อกดดันรัสเซีย

    การรณรงค์ดังกล่าวกลับยิ่งทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น โดยรัสเซียได้เพิ่มการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศและระบบโลจิสติกของยูเครน รวมถึงเมืองท่าโอเดสซาซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการส่งออกสินค้าเกษตร

    เมนเดล กล่าวเสริมว่า “พันธมิตรของเคียฟไม่ให้เงินเพราะไม่มีการปฏิรูป” ซึ่งหมายถึงสหภาพยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ได้สังเกตเห็นว่า ยูเครนไม่มีความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษี การบริหาร และปัญหาการทุจริต

    เมนเดล ชี้ว่า “รัฐบาลยูเครนไม่มีแผนการที่แท้จริง” โดยโต้แย้งว่า กลยุทธ์ของเคียฟนั้นเท่ากับเป็นการหวังว่า “จะมีคนอื่นจ่ายเงินสนับสนุนสงครามที่พวกเขาไม่ยอมจบ”

    เมนเดล เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการฝ่ายสื่อของ เซเลนสกี ตั้งแต่ปี 2019 ถึง 2021 แต่หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์อดีตเจ้านายของเธออย่างเปิดเผย โดยกล่าวหาว่า เซเลนสกี เปลี่ยนยูเครนให้กลายเป็น "นาซีเยอรมนีในเวอร์ชันที่อ่อนแอกว่า"

    ในเดือนนี้ ผู้นำยูเครนได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อเมนเดล ซึ่งรวมถึงการอายัดทรัพย์สินด้วย

    เธอถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าอาคารรัฐสภายุโรป ซึ่งเธอมีกำหนดจะกล่าวสุนทรพจน์ในงานที่จัดโดย ฮันส์ นอยฮอฟฟ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค AfD ของเยอรมนี เมนเดล เชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากการที่เธอถูกรัฐบาลยูเครนคว่ำบาตร แม้ว่ารัฐสภายุโรปจะไม่ได้ยืนยันเหตุผลในการปฏิเสธเธอก็ตาม

    ระหว่างการให้สัมภาษณ์แยกต่างหากในเดือนนี้ เมนเดล กล่าวว่า เธอขออภัยจากพระเจ้าที่ตนเองมีส่วนช่วยให้ “พวกเลวทราม” เหล่านี้ขึ้นมามีอำนาจในยูเครน

    โรดิออน มิโรชนิก หัวหน้าคณะผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียที่ได้รับมอบหมายให้บันทึกอาชญากรรมสงครามของยูเครน โต้แย้งว่า ในที่สุดแล้วสหภาพยุโรปจะต้อง “เค้นเอาอะไรบางอย่าง” ออกจากคลังของตน เพื่อชดเชยความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเคียฟในการปกป้องการลงทุนก่อนหน้านี้

    ที่มา: RT

    https://www.facebook.com/share/p/1FUqjK8MUY/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองม้วนแล้ว ทองคำโลกนิวยอร์ก 28 ก.ย.ดิ่งเหวกว่า 170 ดอลล์ ปิดเกือบหลุด 4,100 ดอลล์ ต่ำสุดในเกือบ 2 เดือน ดอลลาร์สหรัฐพุ่ง บอนด์ยีลด์พุ่งสูงในเกือบ 19 ปี โอกาสพุ่งขึ้นเกิน 70% สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบในตุลาคม BTimes

    https://www.facebook.com/share/1L5nBBV8uH/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อี แจมยอง เดือด! เกาหลีใต้ตกหลุมพรางเซเลนสกี ปมแฉความลับ "เชลยศึกเกาหลีเหนือ"

    ฉากทัศน์การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในนครนิวยอร์ก กลายเป็นชนวนเหตุความขัดแย้งทางการทูตครั้งใหญ่ระหว่าง #เกาหลีใต้ และ #ยูเครน เมื่อทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ตอบโต้ยูเครนอย่างรุนแรงว่าละเมิด "ข้อตกลงรักษาความลับ" ทำลายความไว้วางใจระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเคียฟออกมาชี้แจงและขอโทษอย่างเป็นทางการ โดยเตือนว่าเกาหลีใต้กำลังพิจารณาใช้ "มาตรการที่จำเป็น" ขั้นต่อไป

    เหตุใดรัฐบาลของประธานาธิบดี อี แจมยอง (Lee Jae-myung) ซึ่งเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือยูเครนมาโดยตลอด จึงเกิดความโกรธเคืองอย่างหนักจนถึงขั้นปริแตกทางการทูต?

    สรุปปมความขัดแย้ง ภาพรวมยุทธศาสตร์ และหลุมพรางทางการเมืองที่เกาหลีใต้กำลังเผชิญ

    1. ชนวนเหตุ: การแฉฉับพลันบนเวที UNGA ของเซเลนสกี

    วิกฤตความสัมพันธ์ปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2026 เมื่อประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์บนเวที UNGA และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะว่า ยูเครนได้ส่งตัวทหาร #เกาหลีเหนือ 2 นายที่ถูกจับเป็นเชลยศึก ให้แก่เกาหลีใต้เรียบร้อยแล้ว

    เซเลนสกีเปิดเผยรายละเอียดเพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือว่า ทหารเกาหลีเหนือทั้งสองนายถูกจับตัวได้ในพื้นที่เคิร์สค์ (Kursk) เมื่อมกราคม 2025 โดยทั้งคู่พยายามฆ่าตัวตายเพื่อเลี่ยงการตกเป็นเชลย แต่เมื่อรอดชีวิตมาได้และผ่านกระบวนการกล่อมเกลาทางความคิด ทั้งสองจึงยินยอมที่จะย้ายไปตั้งถิ่นฐานในเกาหลีใต้

    2. ไทม์ไลน์เบื้องหลัง: จาก "การช่วยเหลือล่าม" สู่ดีลลับส่งตัวเชลย

    ปฏิบัติการลักลอบย้ายตัวเชลยศึกเกาหลีเหนือ ใช้เวลาเจรจาลับยาวนานกว่า 1 ปี 8 เดือน ผ่านการคุยโต้ตอบหลายสิบครั้ง โดยมีลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

    ยูเครนจับทหารเกาหลีเหนือ 2 นายในพื้นที่เคิร์สค์ แต่ไม่สามารถสอบสวนได้เนื่องจากเชลยไม่พูดภาษาต่างชาติ ยูเครนจึงขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ (NIS) เพื่อส่งล่ามภาษาเกาหลีไปช่วยสอบสวน

    ภายหลังวิกฤตการเมืองในเกาหลีใต้คลี่คลาย ประธานาธิบดี อี แจมยอง เข้ารับตำแหน่ง และอนุมัติให้เดินหน้าความร่วมมือด้านข่าวกรองกับยูเครนต่อ

    ประธานาธิบดีอี แจมยอง พบกับ เซเลนสกี นอกรอบการประชุมสุดยอด NATO ที่ตุรกี บรรลุข้อตกลงย้ายตัวเชลยศึกแลกกับแพ็กเกจช่วยเหลือจากเกาหลีใต้มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ (รวมความช่วยเหลือสะสมกว่า 500 ล้านดอลลาร์) พร้อมยุทโธปกรณ์สนับสนุนที่ไม่ใช่การโจมตีร้ายแรง

    3. การคำนวณของเกาหลีใต้: ยุทธศาสตร์ที่พังทลายเพราะความลับรั่วไหล

    เหตุใดเกาหลีใต้จึงยอมทุ่มเงินและทรัพยากรมหาศาลเพื่อแลกกับทหารเกาหลีเหนือเพียง 2 นาย?

    -ข่าวกองทัพเกาหลีเหนือระดับพรีเมียม: เชลยทั้งสองมาจากหน่วยกำลังพลรบพิเศษของเกาหลีเหนือ มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างการจัดกำลัง การสื่อสาร ยุทธวิธีโดรน และรูปแบบการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวกรองที่มีมูลค่าสูงกว่าข้อมูลปกติที่เกาหลีใต้เคยรวบรวมได้

    -ผลงานทางการเมืองและการทูต: นำมาใช้สร้างภาพลักษณ์ในการคุ้มครองชาวเกาหลีเหนือ และแสดงตัวว่ายืนเคียงข้างพันธมิตรตะวันตกอย่างเป็นรูปธรรม

    ทว่า เงื่อนไขที่สำคัญที่สุดของเกาหลีใต้คือ "การรักษาความลับ" เนื่องจากหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย ย่อมเป็นการยั่วยุรัฐบาลเปียงยางอย่างรุนแรง และอาจสุ่มเสี่ยงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับรัสเซียทรุดหนักลงอีกด้วย

    4. หลุมพรางของเซเลนสกี: เหตุใดยูเครนจึงเลือก "ฉีกสัญญา"?

    สำหรับเซเลนสกี การฉีกข้อตกลงรักษาความลับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการคำนวณผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จใน 3 มิติหลัก:

    1. บีบชาติตะวันตกให้ส่งเงินและอาวุธต่อ: การเปิดเผยเรื่องเชลยเกาหลีเหนือบนเวที UNGA คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า "รัสเซียใช้กำลังพลต่างชาติ" เพื่อกดดันให้ยุโรปและสหรัฐฯ ไม่สามารถละทิ้งยูเครนได้

    2. เบนความสนใจทางทหารมายังเอเชีย: การยั่วยุเปียงยางให้ตอบโต้เกาหลีใต้ จะทำให้ทั้งเกาหลีเหนือและรัสเซียต้องแบ่งสมาธิและกำลังพลมาจับตาดูสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ช่วยลดแรงกดดันในสมรภูมิยูเครน

    3. ฉายภาพความไม่พอใจต่อเกาหลีใต้: ยูเครนมองว่าเงินช่วยเหลือ 100 ล้านดอลลาร์นั้นน้อยเกินไป และไม่พอใจที่เกาหลีใต้ปฏิเสธการจัดส่งอาวุธสังหารร้ายแรงและโดรนทางการทหาร

    5. วิกฤตร้อนที่ไร้ทางออกของเกาหลีใต้

    การกระทำของเซเลนสกีทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากเกาหลีใต้เปิดหลักฐานสัญญาชั้นลับเพื่อพิสูจน์ความจริง ก็อาจสุ่มเสี่ยงต่อการโดนตรวจสอบทางกฎหมายภายในประเทศจากพรรคฝ่ายค้าน แต่หากเงียบเฉย ก็ต้องแบกรับแรงกดดันทางการทูตจากทั้งเกาหลีเหนือและรัสเซียที่อาจเรียกร้องขอตัวเชลยคืน
    FB_IMG_1790673903413.jpg
    ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งเกาหลีใต้และยูเครน ต่างพยายามใช้ "ความฉลาดเล่นแง่ทางการเมือง" เพื่อกอบโกยผลประโยชน์ระยะสั้น ทว่าในท้ายที่สุด เกาหลีใต้กลับต้องกลายเป็นฝ่ายรับศึกหนักทางการทูต จากการหลงกลยุทธศาสตร์การสื่อสารของยูเครนบนเวทีโลก

    #ChinaFocus #สงครามยูเครน #ภูมิรัฐศาสตร์

    https://www.facebook.com/share/16NdSJmzANJ/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถอดรหัสประวัติศาสตร์: ทำไม "ยูเครน" จึงเป็นอดีตรัฐบริวารที่เคียดแค้นสหภาพโซเวียตมากที่สุด?

    คำถามที่ว่า "ในบรรดารัฐรัฐสมาชิกอดีตสหภาพโซเวียตทั้งหมด เหตุใดยูเครนจึงเคียดแค้นโกรธเกลียดโซเวียตมากที่สุด?" เป็นหนึ่งในโจทย์ทางประวัติศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศที่ซับซ้อน คำตอบของเรื่องนี้มีรากฐานมาจาก ความทรงจำบาดแผลเรื่องการสูญเสียชีวิต และ การละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งถูกกระทำโดยรัฐบาลส่วนกลางในมอสโก

    บทวิเคราะห์นี้สรุปปมประวัติศาสตร์ ยุทธศาสตร์การควบคุม และการแปรเปลี่ยนความแค้นให้กลายเป็นเครื่องมือต่อสู้ของยูเครนในปัจจุบัน

    1. โฮโลโดมอร์ (Holodomor): บาดแผลจากโศกนาฏกรรมอดอยากขั้นรุนแรง

    โศกนาฏกรรมในปี 1932–1933 หรือที่รู้จักในชื่อ "โฮโลโดมอร์" (#Holodomor) แปลว่า "การฆ่าให้ตายด้วยความอดอยาก" เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อความรู้สึกของชาวชาตินิยมยูเครน

    ยูเครนได้ชื่อว่าเป็น "อู่ข้าวอู่น้ำของยุโรป" (European Breadbasket) มีพื้นดินดำที่อุดมสมบูรณ์และมีความพร้อมทางเศรษฐกิจสูงในระเบียบโซเวียต แต่ในช่วงการจัดตั้งระบบเกษตรแบบรวมศูนย์ (Agricultural Collectivization) รัฐบาลส่วนกลางสั่งยึดที่ดินและผลผลิตธัญพืชทั้งหมด

    เมื่อวิกฤตความอดอยากลุกลาม รัฐบาล #โซเวียต กลับเลือกใช้วิธีปิดล้อมพรมแดน ห้ามชาวบ้านออกนอกพื้นที่หาอาหาร ปฏิเสธความช่วยเหลือจากนานาชาติ และยังคงส่งออกธัญพืชไปต่างประเทศเพื่อสร้างรายได้เข้าส่วนกลาง ส่งผลให้ประชาชนชาวยูเครนต้องอดอาหารตายเป็นจำนวนประมาณ 3.5 ถึง 5 ล้านคน สำหรับชาวยูเครน การถูกลงโทษด้วยการยึดแย่งอาหารในดินแดนที่ผลิตอาหารได้มากที่สุด ถือเป็นความอัปยศและการทำลายล้างที่หยั่งรากลึก

    2. กระบวนการ "บังคับให้ลืม" และการฟื้นคืนของความทรงจำ

    หลังเกิดโศกนาฏกรรม รัฐบาลโซเวียตใช้มาตรการลบประวัติศาสตร์ชุดนี้ออกจากการรับรู้ของสังคม สื่อและแบบเรียนถูกห้ามกล่าวถึง ผู้ที่พูดถึงเรื่องนี้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นศัตรูของรัฐ

    กระบวนการปิดบังความจริงเป็นเวลาหลายทศวรรษกลับยิ่งสะสมความคับแค้นใจ จนกระทั่งนโยบายเปิดกว้าง (Glasnost) ของมิคาอิล กอร์บาชอฟ ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ได้เปิดโอกาสให้หลักฐานประวัติศาสตร์และคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตถูกเปิดเผย หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ยูเครนจึงนำเหตุการณ์นี้มาสถาปนาเป็นศูนย์กลางของ "จิตวิญญาณและความทรงจำแห่งชาติ"

    3. ข้อถกเถียงเรื่องบทบาทของยูเครนในระเบียบโซเวียต

    ในมุมมองทางประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับโซเวียตไม่ได้มีเพียงมิติของการถูกกดขี่เท่านั้น แต่มีความซับซ้อนในเชิงโครงสร้างอำนาจ:

    -มุมมองของฝ่ายรัสเซีย: มองว่าความอดอยากในทศวรรษ 1930 เป็นโศกนาฏกรรมร่วมของชาวโซเวียตทั้งหมด ไม่ใช่การจงใจฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เฉพาะชาวยูเครน รวมถึงชี้ว่ายูเครนได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม การต่อเรือ และพลังงานนิวเคลียร์ ตลอดจนผู้นำระดับสูงของโซเวียตหลายคน (เช่น นีกีตา กรุชชอฟ หรือ เลโอนิด เบรจเนฟ) ก็มีฐานอำนาจทางการเมืองอยู่ในยูเครน

    -มุมมองของฝ่ายยูเครน: ยืนยันว่ามาตรการยึดอาหารและการปิดล้อมพรมแดนถูกออกแบบมาเพื่อทำลายโครงสร้างสังคมชนบทและขบวนการรักชาติของยูเครนโดยเฉพาะ จึงถือเป็นการสร้างสภาวะที่นำไปสู่การ #ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

    4. มุมมองเปรียบเทียบ: ใครปฏิเสธโซเวียตมากที่สุด?

    ในกลุ่มอดีตสาธารณรัฐโซเวียต 15 ประเทศ ระดับความต้านทานและปฏิเสธมรดกโซเวียตมีความแตกต่างกันตามมิติทางประวัติศาสตร์:

    -กลุ่มประเทศบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย): ถือเป็นกลุ่มที่ปฏิเสธและตัดขาดจากโครงสร้างโซเวียตอย่างเบ็ดเสร็จที่สุดในเชิงกฎหมาย เนื่องจากมองว่าตนเองถูกผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียตโดยผิดกฎหมายตั้งแต่ปี 1940 และเป็นกลุ่มแรกที่ถอนตัวและเข้าร่วมกับสหภาพยุโรปและ #NATO

    -คาซัคสถาน: ประสบภัยพิบัติความอดอยากในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนสูญเสียประชากรไปในสัดส่วนที่สูงมากเช่นกัน

    -ยูเครน: โดดเด่นในฐานะดินแดนที่ความทรงจำจากบาดแผลทางประวัติศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ และถูกเปิดใช้งานอีกครั้งเพื่อสร้างเอกภาพในการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก

    5. การแปรเปลี่ยนความทรงจำสู่การต่อสู้ในยุคปัจจุบัน

    ความโกรธเคืองและบาดแผลจากยุคโซเวียตไม่ได้หยุดอยู่แค่ในอดีต แต่ถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มที่หลังจากวิกฤตการณ์ผนวกรวมคาบสมุทรไครเมียในปี 2014 และการปะทะกันทางทหารในปี 2022

    สำหรับฝ่ายบริหารและประชาชนยูเครน ประวัติศาสตร์เรื่องโฮโลโดมอร์ไม่ได้เป็นเพียงบทเรียนในตำรา แต่เป็นกรอบความคิดที่สร้างความระมัดระวังต่อศูนย์กลางอำนาจในมอสโก และแปรเปลี่ยนกลายเป็นฐานทางจิตวิทยาที่สำคัญในการปกป้องอธิปไตยของตนเองในปัจจุบัน

    #ChinaFocus
    https://www.facebook.com/share/1LqQwVLLA1/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขมร ป้ายสีไทย 9 เดือนไม่เคยหยุด JIC ชี้อุทกภัยไทย-กัมพูชา เจอฝนระบบเดียวกัน ย้ำ “เปลี่ยนภูมิศาสตร์ไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านอย่างไร”

    29 กันยายน 2569 ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (3JIC) ย้ำท่าทีของไทยต่อสถานการณ์น้ำท่วมและความสัมพันธ์กับกัมพูชา โดยชี้ว่าทั้งสองประเทศมีพรมแดนติดกันและได้รับอิทธิพลจากระบบฝนในภูมิภาคเดียวกัน โดยสื่อสารแนวคิดว่า “ไทยและกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราเปลี่ยนภูมิศาสตร์ไม่ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านกันอย่างไร” ขณะที่ไทยยังยืนยันแนวทางแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจาและกลไกทางการทูต
    .
    ประเด็นที่ถูกนำกลับมาพูดถึงเชื่อมโยงกับการอภิปรายทั่วไปของ #สมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 โดยนายปรัก สุคน (Prak Sokhonn) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา กล่าวต่อที่ประชุมเมื่อ 26 กันยายน 2569 ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยกล่าวว่า มีชาวกัมพูชามากกว่า 20,000 คนยังไม่สามารถกลับถิ่นที่อยู่เดิม และเรียกร้องให้เดินหน้าการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)
    .
    ฝ่ายไทย นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก #ใช้สิทธิตอบโต้ (Right of Reply) เพื่อ #ชี้แจงข้อเท็จจริงและทิศทางความสัมพันธ์ทวิภาคีกับกัมพูชา ว่า
    ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ: กลุ่มที่ถูกอ้างว่าเป็น "ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ (IDPs)" คือชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ไทยเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 และไม่ยอมเดินทางกลับกัมพูชา ซึ่งถือเป็นการรุกล้ำดินแดนของไทย
    .
    ไทยยืนยันใช้การเจรจาและการทูตเป็นแนวทางหลักในการแก้ไขข้อพิพาท พร้อมยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568

    สำหรับปัญหาเขตแดนทางทะเล ไทยเสนอให้ใช้การเจรจาทวิภาคี ขณะที่กัมพูชาเลือกเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยพร้อมเข้าร่วมอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน

    ไทยเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความจริงใจ ลดการยั่วยุบริเวณชายแดน และเร่งความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

    ไทยย้ำความตั้งใจที่จะเปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนเป็นพื้นที่แห่งความมั่งคั่งและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ บนพื้นฐานของความไว้วางใจและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
    .
    ประเด็นเรื่องน้ำท่วม #สำนักข่าวแห่งชาติกัมพูชา (AKP) รายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า น้ำป่าไหลหลากส่งผลกระทบแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ กระแจะ ตบงฆมุม กำปงจาม กำปงธม พระตะบอง ไพลิน โพธิสัตว์ พระวิหาร เสียมราฐ และบันเตียเมียนเจย มีประมาณ 44,800 ครอบครัวได้รับผลกระทบ และราว 3,600 ครอบครัวต้องอพยพ นายกรัฐมนตรี #ฮุนมาเนต ลงพื้นที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย เยี่ยมประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก พร้อมจัดมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ โดย AKP เผยแพร่ภาพการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 และระบุว่าภาพดังกล่าวมาจากเพจเฟซบุ๊กของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนตโดยตรง
    .
    สำหรับนายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก แหล่งปฐมภูมิที่ตรวจสอบได้ยืนยันว่าไทยใช้สิทธิ Right of Reply ต่อถ้อยแถลงของกัมพูชาในเวทีสหประชาชาติมาแล้วหลายครั้ง โดยย้ำการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธี การเจรจา และกลไกทวิภาคี ขณะที่เว็บไซต์คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ยังไม่พบเอกสารเผยแพร่ฉบับใหม่ที่ระบุว่าเอกอัครราชทูตเชิดชายใช้สิทธิตอบโต้ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ตามข้อความที่ถูกส่งต่อกัน ดังนั้นประเด็น “ทูตไทยตอบโต้เมื่อวันที่ 28 กันยายน” ควรระบุอย่างระมัดระวังว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ ไม่ควรฟันธงเวลาและถ้อยคำโดยไม่มีเอกสารทางการรองรับ
    .
    ในภาพรวม สถานการณ์น้ำท่วมสองประเทศเกิดขึ้นในช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำหลากในภูมิภาค โดยฝั่งกัมพูชามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก ขณะที่ฝั่งไทยกำลังเผชิญน้ำท่วมในหลายจังหวัดเช่นกัน จึงควรแยก “สถานการณ์อุทกภัย” ออกจาก “ข้อพิพาทชายแดน” เพื่อไม่ให้ข้อมูลด้านภัยธรรมชาติถูกนำไปปะปนกับข้อกล่าวอ้างทางการเมืองและการทูต
    .
    ประเทศไทยยังยืนยันแนวทางใช้การเจรจาและกลไกที่มีอยู่เพื่อจัดการปัญหากับกัมพูชา โดยสาระสำคัญที่ปรากฏในถ้อยแถลงของไทยต่อสหประชาชาติคือการรักษาความสัมพันธ์ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการแก้ไขข้อพิพาทตามกรอบกฎหมายและกลไกที่เกี่ยวข้อง
    .
    .
    #Thaitribune
    https://www.facebook.com/share/1CkTybsxsA/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เปิดเอกสาร UNHCR ย้อนประวัติค่ายชายแดน “หนองจาน–หนองหญ้าแก้ว” ไทยย้ำพื้นที่มีข้อพิพาทต้องแก้ผ่าน JBC
    FB_IMG_1790675141428.jpg
    29 กันยายน 2569 ประเด็น #บ้านหนองจาน และ #บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง #จังหวัดสระแก้ว ถูกกัมพูชา ที่ยังดันทุรัง นำไปกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสีประเทศไทย บนเวทีประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ ไม่หยุด ทั้งที่ฝ่ายไทย และองค์กรระหว่างประเทศ อย่าง สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) มีเอกสาร หลักฐานถูกบันทึกไว้ ..แต่ถูก เขมร ที่ไม่รู้บุญคุณ รุกรานครอบครองพื้นที่มานานกว่า 40 ปี
    .
    โดย มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์อ้างเอกสารของ #สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ว่า #ค่ายพักพิงชาวกัมพูชา ในพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศไทย และถูกจัดตั้งขึ้นจาก #ภารกิจด้านมนุษยธรรม ใ3นช่วง สงครามกัมพูชา
    .
    เอกสาร #UNHCR ที่เผยแพร่ในฐานข้อมูลขององค์กรมีแผนที่ค่าย UNHCR–UNBRO บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงทศวรรษ 1980–1990 โดยเป็นหลักฐานด้านประวัติการดำเนินงานของหน่วยงานด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวไม่ใช่แผนที่ปักปันเขตแดนระหว่างประเทศ และไม่ควรตีความว่า UNHCR เป็นผู้รับรองอธิปไตยเหนือพื้นที่พิพาทโดยตรง
    .
    ฝ่ายไทยมีข้อมูลทางการว่า บ้านหนองจานตั้งอยู่บริเวณระหว่างหลักเขตแดนที่ 46–47 และไทยเคยอนุญาตให้ UNHCR จัดตั้ง #ศูนย์อพยพชั่วคราว ในปี 2524 เพื่อช่วยเหลือชาวกัมพูชาที่หนีภัยสงครามกลางเมือง โดยมีการจัดทำแนวรั้วจำกัดพื้นที่ศูนย์พักพิงไว้ ขณะที่ไทยกล่าวว่า ภายหลังสงครามยุติ มีการเข้ามาสร้างที่อยู่อาศัยและขยายพื้นที่ทำกินออกนอกแนวที่จัดไว้ จนนำไปสู่ปัญหาที่ต้องแก้ไขผ่านกลไกเขตแดนไทย–กัมพูชา
    .
    จุดสำคัญคือ สถานะของพื้นที่ไม่ได้ตัดสินจากการมีค่ายผู้ลี้ภัยของ UNHCR เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเอกสารเขตแดน สนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมของสองประเทศ
    .
    สำหรับบ้านหนองหญ้าแก้ว ฝ่ายไทยเคยชี้แจงว่าหลักเขตแดนที่ 42 และ 43 อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและแนวเขตตามข้อมูลของฝ่ายไทยมีการกำหนดต่อเนื่องเป็นแนวเส้นระหว่างหลักเขตต่าง ๆ แต่ในภาพรวมบริเวณหลักเขต 42–47 ยังเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายต้องดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตามกลไก JBC
    .
    ในการประชุม JBC ไทย–กัมพูชาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 21–22 ตุลาคม 2568 ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วโดยตรง และเห็นพ้องให้เร่งกระบวนการสำรวจและจัดทำหมุดชั่วคราวในช่วงหลักเขต 42–47 เพื่อสร้างความชัดเจนด้านพื้นที่ ขณะเดียวกันยังเห็นชอบให้เร่งปรับปรุงกรอบทางเทคนิคเพื่อนำเทคโนโลยี LiDAR มาใช้ในการสำรวจและจัดทำแผนที่
    .
    ฝ่ายไทยจึงยืนยันมาตลอดว่า การแก้ไขปัญหาบริเวณดังกล่าวควรดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคี โดยเฉพาะ JBC ซึ่งเป็นกลไกด้านเทคนิคสำหรับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ไม่ใช่การใช้ข้อมูลจากแผนที่หรือเอกสารฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาตัดสินข้อพิพาทเพียงลำพัง
    .
    ขณะเดียวกัน ฝั่งกัมพูชา ยืนยันกระต่ายขาเดียว โดย สำนักข่าวแห่งชาติกัมพูชา (AKP) รายงานว่าฝ่ายกัมพูชามองพื้นที่ฝั่งตรงข้ามหนองจานและหนองหญ้าแก้วเป็นประเด็นที่ต้องรอการสำรวจและปักปันเขตแดนร่วม และอ้างถึงบันทึกการประชุม GBC เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่ JBC
    .
    ดังนั้น เอกสาร UNHCR มีความสำคัญในฐานะ #หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับการตั้งและดำเนินงานค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดน แต่ไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ ขณะที่ข้อพิพาทเรื่องแนวเขตบริเวณหลักเขต 42–47 ยังต้องอาศัยกลไก JBC และหลักฐานทางกฎหมายและเทคนิคของทั้งสองฝ่าย
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/19eEAnyp7b/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไทย อันดับ 4 เผชิญความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้น กรุงเทพฯ จุดเปราะบาง “น้ำทะเลหนุน-แผ่นดินทรุด-ฝนสุดขั้ว” เร่งเตรียมรับมือก่อนถึงปี 2050

    29 กันยายน 2569 #ประเทศไทย กำลังเผชิญ #ความเสี่ยงจากน้ำท่วมที่ซับซ้อนขึ้น ทั้ง #น้ำหลากจากแม่น้ำ ฝนตกหนักในเมือง #น้ำทะเลหนุน และ #การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล ขณะที่กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มต่ำของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกจัดเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเปราะบางต่อผลกระทบจากระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยสำคัญไม่ได้มาจาก “โลกร้อน” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลร่วมระหว่างสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การทรุดตัวของแผ่นดิน และการขยายตัวของเมือง
    .
    ข้อมูลของ #องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ระบุว่า น้ำท่วมจากแม่น้ำเป็นภัยธรรมชาติที่มีความสำคัญสูงสุดของไทย และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ มีสัดส่วนประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่ประเทศและเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจราวครึ่งหนึ่งของประเทศ ทำให้ความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบ้านเรือน แต่กระทบต่อระบบคมนาคม อุตสาหกรรม การค้า และห่วงโซ่อุปทานโดยรวม
    .
    สำหรับ #กรุงเทพฯ ความเสี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้นจากการเป็น #เมืองลุ่มต่ำ กรมและหน่วยงานของกรุงเทพมหานครประเมินปัจจัยเสี่ยงทั้งฝนตกเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ น้ำหลาก น้ำทะเลหนุน รวมถึงการทรุดตัวของแผ่นดิน โดยแผนบริหารความเสี่ยงของกรุงเทพมหานครระบุว่าระบบป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่มีขีดความสามารถรองรับฝนประมาณ 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และแนวป้องกันน้ำหลากและน้ำหนุนมีข้อจำกัดเมื่อระดับน้ำสูงเกินกว่าระบบจะรับได้
    .
    คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ระบุว่า ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยภายในปี 2050 ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยของโลกอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 0.15–0.23 เมตรภายใต้สถานการณ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำมาก และประมาณ 0.20–0.29 เมตรภายใต้สถานการณ์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมาก เมื่อเทียบกับช่วงปี 1995–2014 และความเสี่ยงพื้นที่ชายฝั่งจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังปี 2050
    .
    #IPCC ยังระบุโดยตรงว่า “กรุงเทพฯ” เป็นหนึ่งในเมืองบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีความเปราะบางสูง เนื่องจากการทรุดตัวของแผ่นดิน เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ความเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งและน้ำทะเลหนุนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
    .
    นอกจากนี้ งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature ในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งประเมินความเสี่ยงน้ำท่วมทั่วโลกภายใต้ #การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ #แนวโน้มประชากร พบว่าดัชนีความเสี่ยงน้ำท่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดศตวรรษ โดยภายใต้สถานการณ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงมาก ความเสี่ยงในช่วงปลายศตวรรษอาจเพิ่มขึ้น 18.8% จากช่วงฐานปี 1995–2014 ขณะที่เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีค่าความเสี่ยงโดยรวมสูงที่สุดและมีความแตกต่างของความเสี่ยงภายในภูมิภาคอย่างมาก
    .
    ข้อมูลของ #ClimateCentral ซึ่งวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรไทยประมาณ 16.1 ล้านคนอยู่บนพื้นที่ที่ถูกประเมินว่าอยู่ในเขตเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่งอย่างน้อยปีละครั้งตามกรอบการวิเคราะห์ปี 2030 และตัวเลขดังกล่าวเพิ่มเป็นประมาณ 17.7 ล้านคนภายในปี 2100 ภายใต้สมมติฐานที่ใช้ในการศึกษา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็น “ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง” ไม่ใช่จำนวนประชากรที่จะถูกน้ำท่วมถาวรหรือจมน้ำทั้งหมด

    ส่วนตัวเลขที่มีการเผยแพร่ในบางสื่อว่า “ไทยเป็นประเทศอันดับ 4 ของโลกที่เสี่ยงน้ำท่วม” มีที่มาจากการจัดอันดับของ Statista โดยใช้จำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรายปีเป็นเกณฑ์ ไม่ใช่การจัดอันดับจาก IPCC และไม่ควรนำไปตีความว่าไทยจะเป็นประเทศอันดับ 4 ที่จะจมน้ำในปี 2050

    ความเสี่ยงของไทยจึงควรมองในภาพใหญ่กว่าเพียงคำว่า “กรุงเทพฯ จะจมน้ำหรือไม่” เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจริงก่อนหน้านั้นคือ น้ำท่วมถี่ขึ้นหรือรุนแรงขึ้น พื้นที่น้ำท่วมขยายตัว ระยะเวลาระบายน้ำนานขึ้น ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์หลายอย่างพร้อมกัน เช่น ฝนตกหนัก น้ำจากลุ่มน้ำตอนบน และน้ำทะเลหนุน

    องค์การสหประชาชาติยังเตือนถึงปัญหา “เมืองจม” จากการทรุดตัวของแผ่นดินในเอเชีย โดยกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบ และในบางพื้นที่ของเมืองเอเชีย การทรุดตัวสามารถเกิดขึ้นในอัตราหลายเซนติเมตรต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลโลกที่ประมาณ 3–4 มิลลิเมตรต่อปีอย่างมาก

    สำหรับประเทศไทย ความเสี่ยงในระยะยาวจึงไม่ได้อยู่ที่ระดับน้ำทะเลเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “ความเสี่ยงซ้อน” จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมืองขยายตัว พื้นที่รับน้ำลดลง การระบายน้ำในเมือง ขนาดของแม่น้ำและคลอง รวมถึงการทรุดตัวของแผ่นดิน หากการปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    OECD ประเมินว่า หากไม่มีมาตรการปรับตัวที่เพียงพอ ผลกระทบทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยลดลงประมาณ 7–14% ภายในปี 2050 ขณะที่รัฐบาลไทยได้ลงทุนและวางแผนด้านการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติมนับตั้งแต่มหาอุทกภัยปี 2554 แต่หลายโครงการยังต้องการการลงทุนและการดำเนินการเพิ่มเติม

    ดังนั้น ปี 2050 จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเส้นตายที่กรุงเทพฯ จะ “จมน้ำทั้งเมือง” แต่เป็นช่วงเวลาที่ความเสี่ยงจากน้ำท่วมและระดับน้ำทะเลจะมีความสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน หากไม่มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ การรักษาพื้นที่รับน้ำ การควบคุมการทรุดตัว การเสริมแนวป้องกันน้ำทะเลหนุน และการวางผังเมืองให้สอดคล้องกับภูมิอากาศในอนาคต

    สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจึงเป็นสัญญาณเตือนมากกว่าคำทำนายว่าเมืองจะหายไปจากแผนที่ เพราะความเสี่ยงสามารถลดหรือเพิ่มได้ตามมาตรการป้องกัน การบริหารจัดการเมือง และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้า
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1EyRf5y7XS/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เวียดนามแซงลิ่ว 9 ประเทศรวมไทยขึ้นแท่นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับ 1 ในทวีปเอเชียปี 2026 รั้งแชมป์อันดับ 1 ถึง 6 ปีติดต่อกัน โฮจิมินห์ ซิตี้ แรงจัดขึ้นอันดับ 1 จุดหมายปลายทางเดินทางเพื่อธุรกิจแห่งทวีปเอเชียปี 2026 BTimes

    https://www.facebook.com/share/1KDGj5fBJh/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Sep 29, 2026 เจียดงบ! ครม. อนุมัติงบกลางฉุกเฉินปี 2569 ที่เหลืออยู่วงเงิน 4,000 ล้านบาท เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผลกระทบจากน้ำท่วม ว่า ที่ประชุมเคาะงบเยียวยาแล้ว โดยยึดตามกฎหมาย และวันนี้ (29 ก.ย.) ใช้งบกลางที่เหลืออยู่มาตั้งสำรองไว้สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนประมาณ 4,000 กว่าล้านบาท น่าจะเพียงพอในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศที่เกิดขึ้นอยู่ไม่ใช่เฉพาะ กทม.

    ขณะที่จะมีการเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาทหรือไม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องยึดตามหลักเกณฑ์กฎหมายซึ่งพื้นที่และหน่วยงานต้องเสนอขึ้นมา โดยมีคณะกรรมการ ซึ่งการบริหารสถานการณ์อุทกภัยหรือภัยธรรมชาติ ตอนนี้มีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีดูแลแต่ละภาค โดยล่าสุดตั้ง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรี ดูแลพื้นที่ กำกับสั่งการประสานงานและดำเนินการแก้ไขปัญหาในแต่ละภาคแต่ละพื้นที่ด้วยความชัดเจน ซึ่งจะสั่งการได้ทุกหน่วยงาน

    ส่วนโครงการ "ชัยนาท -ป่าสัก- อ่าวไทย" ที่จะเป็นช่องท่างระบายแบ่งเบาแม่น้ำเจ้าพระยา จะต้องผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยงบประมาณ 1.65 แสนล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี หากทำโครงการนี้เรียบร้อย จะทำให้การป้องกันน้ำท่วมทั้งเขตภาคกลาง กทม. ปริมณฑล จะเกิดประสิทธิภาพขึ้นมาอีกมาก และที่สำคัญสามารถกักเก็บน้ำได้ เพราะโครงการนี้ถือเป็นแก้มลิงโดยธรรมชาติได้ระดับหนึ่งด้วย และวันนี้นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะเรียกประชุมในการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ให้แต่ละท้องถิ่นสามารถดำเนินการสร้างแก้มลิงในการเก็บกักน้ำ ผันน้ำ และสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ได้ ในช่วงฤดูแล้งด้วย

    ในเมื่อน้ำมากันน้ำไม่ได้ บางทีทำความเสียหายให้กับเรา แต่เราก็ต้องสร้างสิ่งที่ทำให้ให้น้ำเกิดประโยชน์กับเราในวันที่เราต้องการช่วงหน้าแล้ง

    สำหรับงบประมาณโครงการนี้จะใช้เงินกู้ด้วย ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง จะหารือกัน ส่วนจะเป็นการกู้จากในประเทศหรือต่างประเทศนั้น ขอให้รอฟังรายละเอียด

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #ครม. #น้ำท่วม #งบกลางฉุกเฉิน #เยียวยา #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1e2i3vqgwu/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ทางถอย"ศึกอิหร่าน???
    ทัพอเมริกา"ถอนทหาร"ออกจากอิรักทั้งหมด ไม่เหลือสักหัวเดียว! สิ้นสุด 2ทศวรรษแห่งความหลัง (สังเวยทหาร 4,500 ศพ)


    จริงๆ ก็ตามแผนนะครับ ตั้งแต่ที่วางไว้เมื่อปี 2024 แล้วล่ะครับ ทยอยออก และจะครบหมด ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2026
    ตั้งแต่ไบเดนทำไว้ และทรัมป์ก็มาสานต่อ (ทั่วไปแล้วทรัมป์จะรื้อจะโละของไบเดน แต่นี่เดินหน้าตามนั้น)
    ก็วันพุธนี้นี่แหละครับ จะเสร็จสมบูรณ์ ไม่เหลือทหารอเมริกาในอิรักอีกสักคน ฉะนั้น การที่เป็นอีกสมรภูมิในสงครามครานี้ ที่กองกำลังน้อยใหญ่ในอิรัก (ที่อิหร่านหนุน) ซัดฐานทัพอเมริกาในอิรัก ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก ...
    https://www.reuters.com/world/middl...-two-decades-leaving-opening-iran-2026-09-29/
    https://www.facebook.com/share/1Ei278Guvj/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    30 วันหลังน้ำท่วมกรุงเทพ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    น้ำลด ไม่ได้แปลว่าวิกฤตจบ สำหรับกรุงเทพ
    น้ำลด คือ จุดเริ่มต้นของวิกฤตระลอกที่สอง ที่ยาวนานและซับซ้อนกว่าตอนน้ำท่วม

    นี่คือไทม์ไลน์ 30 วันที่จะเกิดขึ้น หลังน้ำลด

    สัปดาห์ที่ 1 สัปดาห์แห่งโคลนและเชื้อโรค

    นี่คือช่วงที่อันตรายที่สุดและวุ่นวายที่สุด

    1. วิกฤตสุขภาพมาเร็วกว่าที่คิด
    น้ำท่วมขังในกรุงเทพไม่ใช่แค่น้ำฝน แต่เป็น
    น้ำ+น้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และสารเคมี หลังน้ำลดจะทิ้งคราบโคลนดำที่มีเชื้อโรคในทุกบ้าน

    - โรคที่ต้องระวังทันที น้ำกัดเท้า, ท้องร่วงเฉียบพลัน, ไข้ฉี่หนู จากการลุยน้ำ, และไข้เลือดออกที่จะระเบิดในอีก 2 สัปดาห์ เพราะยุงจะวางไข่ในน้ำขังตามบ้านร้าง

    - โรงพยาบาลรอบนอก และคลินิกในเขตที่เคยท่วม
    อาจจะมีคนไข้เพิ่มขึ้น

    2. ขยะล้อตใหญ่ที่ระบบจัดการไม่เคยเจอ
    เฟอร์นิเจอร์พัง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ที่นอน, ขยะเน่าเสีย จะถูกกองหน้าบ้าน กรุงเทพอาจจะสร้างขยะเท่ากับ 6 เดือน ภายใน 7 วัน ถ้ารถขยะเก็บไม่ทัน กลิ่นเน่าจะตามมา และ อาจจะเห็นการเผาขยะริมทาง

    3.รถติดแบบกระจายทั่วเมืองเป็นจุดๆ
    ทางลอดที่ยังมีน้ำขัง,รถที่จอดจมน้ำตามถนน ขัดขวางจราจร,รถจมน้ำ ที่เตรียมขึ้นรถสไลด์ส่งอู่ ทำให้อู่ซ่อมรถคิวยาว 3-6 เดือน อะไหล่อาจขาดตลาด

    สัปดาห์ที่ 2: วันที่ 8-15 สัปดาห์แห่งการเช็คบิลและรอยร้าวของบ้าน

    พอเริ่มตั้งสติได้ ผู้คนจะเจอความจริงเรื่องเงิน

    4. วิกฤตเศรษฐกิจครัวเรือน
    - SME ร้านค้า ร้านอาหาร แผงตลาด อาจต้องทิ้งของสดทั้งหมด ตู้แช่เสียหาย เงินทุนจม กว่าจะฟื้นตัวต้องใช้เวลาซักพัก
    - ลูกจ้างรายวัน คนขับวิน แม่บ้าน อาจต้องหยุดงานไปเป็นสัปดาห์ รายได้หดหายช่วงนี้ ทุกคนโฟกัสเคลียร์ชีวิต เคลียร์บ้านตัวเอง

    5. บ้านทรุด ซึม ไฟรั่ว
    บ้านจัดสรรที่แช่น้ำนาน ผนังจะเริ่มมีรอยร้าวจากดินทรุด ,รอยซึมของน้ำตามผนัง,ระบบไฟที่แช่น้ำแม้จะแห้งแล้วก็อันตรายมาก ไฟช็อตและไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรจะเกิดถี่ขึ้นในช่วงนี้

    สัปดาห์ที่ 3-4: วันที่ 16-30
    สัปดาห์แห่งความเหลื่อมล้ำ และโรคซึมเศร้า

    6.คอนโดและหมู่บ้านแพงๆ ที่มีระบบสูบน้ำ มีเครื่องปั่นไฟ อาจจะกลับมาปกติใน 10 วัน แต่ชุมชนริมคลอง ชุมชนแออัด ยังจมน้ำเน่าเสียอยู่ ความเหลื่อมล้ำในการฟื้นตัว อาจกลายเป็นประเด็นการเมืองในอนาคต

    7. วิกฤตสุขภาพจิตที่ไม่มีใครพูดถึง
    หลังต้องสู้กับน้ำมา 1-2 สัปดาห์ แล้วต้องมาเจอบ้านพัง+หนี้สินที่เพิ่มขึ้น
    วันที่ 20-30
    คือ ช่วงที่ผู้คนจะหมดแรง ภาวะเครียดหลังภัยพิบัติ PTSD, นอนไม่หลับ, หมดไฟ จะพุ่งสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียวตอนน้ำท่วม

    8. เศรษฐกิจกรุงเทพชะงัก
    การท่องเที่ยวอาจจะหายไป 30-40% ใน 1 เดือน นักท่องเที่ยวเลื่อนทริป อีเวนต์และคอนเสิร์ตอาจมียกเลิก ร้านอาหารที่เพิ่งลงทุนจะเจ็บหนักซ้ำสอง

    แล้วชาวกรุงต้องเตรียมอะไรสำหรับ 30 วันนี้ ?

    1. อย่าลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า ควรใส่รองเท้าบูท ถุงมือ หน้ากากN95 และล้างมือด้วยคลอรีนทุกครั้ง หลังลุยน้ำเสีย
    2. ถ่ายรูปทุกอย่างก่อนทิ้ง
    ถ่ายบิล รูปความเสียหาย วิดีโอระดับน้ำในบ้านไว้เคลมประกันและขอเงินเยียวยา กทม.

    3.ระบบไฟต้องให้ช่างเช็ค
    อย่าเปิดแอร์ ตู้เย็น ที่จมน้ำทันที ให้ช่างมาเป่าแห้งและเช็คก่อน ไม่งั้นคอมเพรสเซอร์พังและเสี่ยงไฟไหม้

    4. ระวังยุงหลังวันที่ 14 เทน้ำขังทุกจุดในบ้าน แม้แต่จานรองกระถาง นี่คือ ระเบิดเวลาของไข้เลือดออก

    น้ำท่วม 7 วัน แต่การฟื้นตัวต้องใช้เวลา
    อย่างน้อยๆ 30 วัน และบทเรียนจะอยู่กับเราไปอีกหลายปี

    กรุงเทพไม่ได้แค่ต้องทำให้น้ำลดเร็วขึ้น แต่ต้องทำให้คน 10 ล้านคน กลับมายืนได้เร็วขึ้นหลังน้ำลดด้วยครับ

    เป็นกำลังใจให้ทุกคน ทุกบ้าน ที่โดนผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ครับ สู้ๆและรีบฟื้นตัวเร็วๆครับ

    Cr:photo : facebook

    #น้ำท่วมกรุงเทพ69

    https://www.facebook.com/share/p/1FUYYULWQG/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ตลาดกำลังเริ่มเดิมพันว่า
    "วิกฤตบอนด์สหรัฐยังไม่จบ"

    โดย Bond Yield สหรัฐ
    จะพุ่งแตะ 5.5% ก่อนสิ้นปีนี้

    [ข้อมูลจาก Kalshi]
    FB_IMG_1790677422249.jpg
    ตลาดกำลังเริ่มเดิมพันว่า “วิกฤตบอนด์สหรัฐฯ ยังไม่จบ”

    โดยตลาดคาดการณ์บน Kalshi กำลัง Price-in ว่า Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี อาจขึ้นไปแตะระดับราว 5.5% ภายในสิ้นปีนี้
    .
    ความกังวลนี้เกิดขึ้นหลัง 10-Year Treasury Yield พุ่งขึ้นเหนือ 5.2% และแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และความคาดหวังว่า Fed อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม Reuters
    .
    อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 5.5% เป็นการคาดการณ์จาก Prediction Market ไม่ใช่ Forecast ของ Fed และไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน
    .
    หาก Yield ขึ้นถึงระดับดังกล่าวจริง ผลกระทบอาจส่งต่อเป็น
    Bond Yield ↑ → ต้นทุนการเงิน ↑ → Discount Rate ↑ → Valuation หุ้น Growth/Tech ถูกกดดัน → ต้นทุนระดมทุนของบริษัทสูงขึ้น
    โดยเฉพาะหุ้น AI และธุรกิจ Data Center ที่กำลังต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล

    https://www.facebook.com/share/p/1JjN98K544/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,379
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ออสเตรเลีย ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 4.60% สูงสุดในรอบ 15 ปี จับตาความเคลื่อนไหวค่าเงิน AUD ดอลลาร์ออสเตรเลีย ที่ว่ากันว่าคือสินทรัพย์ปลอดภัยใหม่

    https://www.facebook.com/share/19Vt4VgjVP/
     

แชร์หน้านี้

Loading...